
นายกฯตรวจน้ำท่วมใต้-วอนคนเชื่อเตือนภัย
ครม.ถกเคาะเกณฑ์ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้วันที่ 4 เม.ย.นี้ นายกฯเตรียมนำแนวคิดบ้านมั่นคงมาสร้างให้ชาวบ้านที่ได้รับความเสียหาย พร้อมวอนประชาชนฟังการเตือนภัย
ครม.ถกเคาะเกณฑ์ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้วันที่ 4 เม.ย.นี้ นายกฯเตรียมนำแนวคิดบ้านมั่นคงมาสร้างให้ชาวบ้านที่ได้รับความเสียหาย พร้อมวอนประชาชนฟังการเตือนภัย
เมื่อวันที่ 3 มี.ค. นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วม ณ โรงพยาบาลสราญรมย์ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี และพื้นใกล้เคียง
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในวันที่ 4 เม.ย. คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะพิจารณาหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยจากทรัพย์สินที่เสียหาย โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์และพื้นที่ ในการช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ สำคัญที่สุดคือเรื่องที่อยู่อาศัย ขณะนี้กำลังมีการประเมิน ซึ่งมีหลักเกณฑ์การช่วยเหลือที่เป็นตัวเงินอยู่ ทั้งบ้านเรือนที่เสียหายทั้งหลัง หรือเสียหายบางส่วน
"ขณะนี้บางพื้นที่อาจใช้แนวคิดของบ้านมั่นคงเข้ามาดำเนินการ คือสามารถที่จะให้ชุมชนตกลงกันเอง เราก็จะอนุมัติเป็นกรอบวงเงินไปให้ทางคณะกรรมการอำนวยการ กำกับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) หรือ กองทัพ เข้ามาดำเนินการจัดระเบียบการซ่อมแซมหรือสร้างให้"นายอภิสิทธิ์กล่าว
อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือประชาชนในขณะนี้ เป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้า แต่ในการช่วยเหลือความเสียหายในทรัพย์สิน หรือพื้นที่ทางการเกษตร จะมีตามมาอย่างแน่นอน โดยขอเรียนว่า เวลาที่บริหารสถานการณ์เช่นนี้ จะเริ่มจากการที่จังหวัดจะสามารถใช้งบประมาณทดลองและขยายวงเงิน ที่ผ่านใน 10 จังหวัดภายใต้ ยังไม่มีจังหวัดไหนที่มีปัญหางบประมาณไม่เพียงพอ
นายกฯกล่าวอีกว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเตือนภัยตลอดเวลา ซึ่งอยากจะขอความร่วมมือจากประชาชน ให้ฟังคำเตือนจากเจ้าหน้าที่ เนื่องจากบางพื้นที่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน จึงเกิดความลังเลว่า จะเกิดจริงหรือไม่เมื่อได้รับคำเตือน ฉะนั้น จึงอยากขอความร่วมมือ ซึ่งขอย้ำว่าเจ้าหน้าที่ยังมีการเตือนภัยอยู่ และอาจต้องมีการอพยพประชาชนในบางพื้นที่
ด้าน นายธีระ เอี่ยมตระกูล ผวจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับผลกระทบน้ำท่วมในทุกอำเภอกว่า 1,000 หมู่บ้าน ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. เป็นต้นมา ปริมาณน้ำภายในจังหวัดมีจำนวนมาก รวมถึงจังหวัดโดยรอบ ซึ่งทั้งหมดได้ไหลมารวมกันที่ อ.พุนพิน
ทั้งนี้ หากฝนไม่ตก คาดว่าอีก 1 - 2 วัน ระดับน้ำใน อ.พุนพิน จะลดลง แต่จะมาเพิ่มมากขึ้น ที่ อำเภอเมือง ซึ่งจะเป็นพื้นที่รองรับก่อนไหลลงสู่ทะเล และคาดว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายในระยะเวลา 5 - 7 วัน
อย่างไรก็ตามทางจังหวัดจะประกาศเตือนประชาชนอย่างจริงจังมากกว่านี้ ส่วนประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้มีการอพยพอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว 90% เหลือเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ยังอยู่ในพื้นที่







