
มาร์คคอนเฟอร์เร้นช่วยน้ำท่วมใต้
นายกรัฐมนตรีประชุมผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เร้น กับผู้ว่าราชการจังหวัด 10 จังหวัดใต้ สุราษฎร์โอด ประสบภัยทั้งจังหวัดหนักสุดรอบ 50 ปี นครศรีฯ เร่งช่วยนบพิตำ-สิชล ขณะที่ ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 39 ราย
นายกรัฐมนตรีประชุมผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เร้น กับผู้ว่าราชการจังหวัด 10 จังหวัดใต้ สุราษฎร์โอด ประสบภัยทั้งจังหวัดหนักสุดรอบ 50 ปี นครศรีฯ เร่งช่วยนบพิตำ-สิชล ขณะที่ ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 39 ราย
เมื่อเวลา 16.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประชุมผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เร้นไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 10 จังหวัดที่ประสบอุทกภัยและมีพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง โดยให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกจังหวัด ที่ได้ร่วมกันให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดได้ร่วมรายงานการเข้าไปดูแลช่วยเหลือประชาชน แนวโน้มของสถานการณ์ และสิ่งที่จะดำเนินการต่อไปในการแก้ไขปัญหาทางด้านสาธารณูปโภคต่างๆ ทั้งไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ตลอดถึงการบูรณะซ่อมแซมเส้นทางต่างๆ ให้สามารถใช้การได้อย่างรวดเร็ว
ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี รายงาน ว่า ยอมรับช่วยประชาชนยังไม่ทั่วถึงเพราะประสบภัยทั้งจังหวัด หนักสุดในรอบ 50 ปี ทำใจลักษณะภูมิประเทศ น้ำไหลรวมที่นี่ ฝนยังตกหนัก 3 อำเภอ พรุ่งนี้ฝนจะน้อยลง ระดับน้ำจะลดลง ยันเร่งระบายน้ำ
ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช ได้รายงานว่า สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นทั้ง 23 อำเภอ ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 18 ราย ราษฎรได้รับความเดือดร้อนแล้วกว่า 2 แสนครัวเรือน จำนวนกว่า 9 แสนคน มีมีการอพยพ 2 หมื่นคน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 17 หลัง และเสียหายบางส่วน 804 กว่าหลัง พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 280,000 ไร่ ถนนเสียหายกว่า 1,700 กว่า สาย มีมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 1,500 ล้าน
ด้านการให้ความช่วยเหลือได้เน้นลงไปในพื้นที่ของอ.นบพิตำ และอ.สิชล ที่มีถนนถูกตัดขาดและมีดินถล่ม และพบว่ามีประชาชนยังตกค้างอยู่อีกจำนวนมาก ซึ่งในวันนี้หน่วยกำลังต่างๆ ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และและองค์กรต่างๆ ได้บูรณาการให้ความช่วยเหลือในทุกวิถีทาง ทั้งเดินทางสำรวจ และการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์สนับสนุนจากกองทัพภาค 4 และตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยอื่น จำนวน 6 ลำ ออกให้ความช่วยเหลือและมอบสิ่งของแก่ประชาชนได้เพิ่มอีก 6- 8 พันชุด ที่ยังตกค้างอยู่ นอกจากนี้ ยังมีเรือประเภทต่างๆ อีกจำนวน 500 ลำ ที่ใช้ในการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในทุกอำเภอ ทั้งนี้ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงขณะนี้ ทางจังหวัดร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ได้มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยไปแล้วกว่า 3 แสนชุด
ผู้ว่าฯ ตรัง รายงานว่า เทศบาลเมืองน้ำแห้ง แต่ที่ ห้วยยอด กันตรังยังหนัก 2 ตำบลหนองตรุด นาตาร่วง เสี่ยงสูง หวังอีก 5 วันคลี่คลาย ประชาชนตาย 2 จ่ายเยียวยาแล้ว เดือดร้อน 4.5 หมื่นครัวหรือ 1.7แสนคน พื้นที่การเกษตรเสียหายร้อยละ 50 หรือ 5 หมื่นไร่ ตอนนี้ฝนลดลง
ผู้ว่าฯ กระบี่ รายงาน ตาย 8 สูญหาย 5 เดือดร้อน 4.3 หมื่นครัว ตอนนี้ฟ้าเปิด-น้ำลด หลายหน่วยเคลียร์พื้นที่เขาพนม สั่งนายอำเภอสำรวจความเสียหายแล้วสรุปส่งภายใน 3 วัน เพื่อขออนุมัติงบต่อไป
ผู้ว่าฯ ชุมพร รายงาน ตาย 2 คน บ้านพังทั้งหลัง 9 หลัง พังบางส่วน 500 หลัง โรงเรียนเสียหาย 4 แห่ง ตอนนี้เหลือ 2 ตำบลใน อ.หลังสวน ยืนยันว่า ช่วยเหลือประชาชนได้ทั่วถึง เรือท้องแบนไม่เหมาะกับน้ำเชี่ยว เรือยางดีที่สุดแต่ขาดแคลน ตอนนี้อากาศหนาว เร่งซื้อผ้าห่มแจก
ผู้ว่าฯ สงขลา เผยบ้านพัง 36 หลัง ตอนนี้คลื่นสูง 2 เมตร มีการเฝ้าระวังถึง 8 เม.ย.
ผู้ว่าฯ พังงา รายงานเสียหายน้อย ขอให้เร่งสร้างด่านคอนกรีตป้องกันดินที่จะสไลด์ซ้ำซากทุกปี แนะวางท่อระบาย-ลอกคลอง 30 สายที่ตื้น
ผู้ว่าฯ สตูล รายงานเสียหายน้อย ไม่มีคนตาย ไม่มีอพยพ ไม่มีดินถล่ม ฝนหยุด คลี่คลายแล้ว
รองผู้ว่าฯ นราธิวาส ระบุ สถานการณ์หนัก 5 อำเภอ ตอนนี้ฝนลดลงแต่ฟ้ายังครึ้ม ทางจังหวัด พร้อมรับมือ
สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 10 จังหวัดภาคใต้ ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วรวม 39 ราย พื้นที่การเกษตร ได้รับความเสียหายกว่า 900,000 ไร่ เส้นทางคมนาคม ถนนขนอม-กระบี่ ก.ม.ที่ 85 สะพานขาดรถไม่สามารถผ่านได้ถนนสาย 41 บริเวณสี่แยกโคอ็อฟ หน้าสนามบินสุราษฎร์ธานี น้ำท่วมสูง รถไม่สามารถผ่านได้ เบื้องต้นมีประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนทั้งสิ้น 579,062 ครัวเรือน หรือ 2,004,350 คนความเดือดร้อนทั้งสิ้น 579,062 ครัวเรือน หรือ 2,004,350 คน
นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังจากการประชุมทางไกลผ่านดาวเทียม หรือ เทเลคอนเฟอเรนซ์ กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 10 จังหวัดที่ รายงานถึงสถานการณ์ ความช่วยเหลือ และการเฝ้าระวัง ในพื้นที่เสี่ยงของแต่ละจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วมทางภาคใต้ ว่า จังหวัดที่ยังต้องดูแลความปลอดภัยเป็นพิเศษในขณะนี้คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง และรุนแรง ซึ่งในวันจันทร์ ที่ 4 เมษายน นี้ จะมีการประชุมพิจารณาหลักเกณฑ์จ่ายเงินชดเชย ช่วยเหลือในกรณีที่มีความเสียหายด้านทรัพย์สิน ต่อจากนั้นจะมีการพิจารณาหลักเกณฑ์ที่อยู่อาศัย ซึ่งอาจจะมีโครงการบ้านมั่นคง หรือให้กองทัพต่างๆ เข้าร่วมช่วยเหลือในการก่อสร้างในกรณีที่บ้านเสียหายทั้งหลัง ส่วนการพิจารณาหลักเกณฑ์ในพื้นที่ทางการเกษตรจะดำเนินการในสัปดาห์ถัดไป
นอกจากนี้พื้นที่ใดที่ผ่านช่วงเวลาวิกฤตไปแล้ว ก็ให้ระดมอุปกรณ์ และหน่วยงานที่ให้การช่วยเหลือลงพื้นที่ ที่กำลังประสบปัญหาหนักอยู่ในขณะนี้ด้วย เพื่อให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด







