
6 ประเทศเบรกล่องใต้ท่องเที่ยวสูญหมื่นล้าน
ภัยพิบัติใหญ่ภาคใต้ สร้างความเสียหายกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อการค้าการส่งออก ทั้งห่วงโซ่อุปทาน คาดการท่องเที่ยวจะสูญถึงกว่า 1 หมื่นล้าน
ภัยพิบัติใหญ่ภาคใต้ สร้างความเสียหายกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อการค้าการส่งออก ทั้งห่วงโซ่อุปทาน คาดการท่องเที่ยวจะสูญถึงกว่า 1 หมื่นล้าน
ผ่านไปแล้วกว่าสัปดาห์ สำหรับภัยพิบัติใหญ่ภาคใต้ ฝนตกมาก น้ำท่วมหนักคลื่นใหญ่พังชายหาด ดินโคลนถล่ม สร้างความเสียหายกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในวงกว้าง
ขณะด้านเศรษฐกิจ ความเสียหายผลผลิตการเกษตร ภาคการผลิตอุตสาหกรรมได้ส่งผลกระทบต่อการค้าการส่งออก ทั้งห่วงโซ่อุปทาน ประเมินเบื้องต้นหลายหมื่นล้านบาท เช่นเดียวกับภาคบริการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ล่าสุดคาดว่าท่องเที่ยวภาคใต้จะสูญถึงกว่า 1 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ 6 ประเทศได้ประกาศเตือนนักท่องเที่ยวมาภาคใต้ของไทย
นางธนิฏฐา เศวตศิลา มณีโชติ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานประชุมการประเมินผลกระทบด้านการท่องเที่ยวต่อสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ กล่าวหลังหารือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนว่า สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมาทำให้รายได้ท่องเที่ยวเบื้องต้นสูญไปแล้ว3,000-4,000 ล้านบาท ถ้าสถานการณ์ยังยืดเยื้อ อาจส่งผลต่อการตัดสินใจท่องเที่ยวภาคใต้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ประเทศไทยสูญรายได้ทางการท่องเที่ยวถึง1 หมื่นล้านบาทได้
คนไทยได้ทยอยยกเลิกเดินทางภาคใต้80-90% ในพื้นที่เกิดเหตุ 11 จังหวัด เช่นนครศรีธรรมราช สตูล ชุมพร กระบี่ ขณะที่ภูเก็ต และพังงา อัตราการเข้าพักยังปกติเฉลี่ย 70% โดยความเสียหายในแต่ละจังหวัดเฉลี่ยที่ 50-500 ล้านบาท
กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมสารนิเทศ แจ้งว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รัฐบาล 6 ประเทศ ได้แก่ ประเทศยูเครนสหราชอาณาจักร สาธารณรัฐเช็ก สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได้ประกาศให้นักท่องเที่ยวของตัวเองหลีกเลี่ยงการเดินทางท่องเที่ยวในภาคใต้ของประเทศไทย โดยการประกาศมีระดับการเตือนที่แตกต่างกันไป แต่ยังไม่มีประเทศใดแจ้งเตือนระดับสูงสุด
สำหรับภาคการค้า ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์สำรวจพบสัตว์เศรษฐกิจภาคใต้เช่น บ่อกุ้งเสียหายกว่า 1,000 บ่อ หรือกุ้งหายไป 5 หมื่นตัน ผลไม้เสียหาย 30% นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยหลังประชุมร่วมกับผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ว่า เบื้องต้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนัก คือ กุ้ง ผลไม้ ส่วนยางพารา ยังต้องรอดูสถานการณ์ต่อไปหากน้ำท่วมเกิน 7 วัน อาจจะได้รับผลกระทบ ขณะที่ผลกระทบต่อการส่งออกภาพรวม กระทบบ้างเล็กน้อย แต่ยังยืนยันเป้าหมายส่งออกปีนี้เติบโต 10%
ทั้งนี้ ในส่วนของกุ้ง ได้รับแจ้งว่าบ่อเลี้ยงกุ้งเสียหาย 1,000 บ่อ ทำให้ปริมาณผลผลิตลดไป 5 หมื่นตัน ซึ่งน่าจะเป็นผลดีทำให้ราคาผลไม้ปีนี้ดีขึ้น ผลไม้คาดจะเสียหายเกือบทุกชนิด เพราะเป็นช่วงที่กำลังออกดอกติดผล โดยคาดว่าปริมาณลดลง25-30% ของผลผลิตรวมภาคใต้
ผลกระทบที่เห็นเป็นรูปธรรมเบื้องต้นอีกอย่างได้แก่ ปาล์มน้ำมัน ซึ่ง จ.กระบี่ ถือเป็นเมืองหลวงปาล์มน้ำมัน โดนภัยพิบัติค่อนข้างหนัก นายไพรัตน์ บุญรักษ์ ผู้จัดการบริษัท ไทยทาโลว์แอนด์ออยล์ โรงสกัดน้ำมันปาล์ม จ.กระบี่ เปิดเผยว่า ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นทำให้โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบพื้นที่รอยต่อกระบี่กับสุราษฎร์ธานี4 โรงงาน ต้องปิดโรงงานเนื่องจากน้ำท่วมสูง และปาล์มสดตกค้างอยู่บนลานเทหน้าโรงงาน รวมแล้วหลายหมื่นตันต้องเสียหาย
รวมทั้งเกิดปัญหาการขนส่งน้ำมันปาล์มไปโรงกลั่นที่ จ.ชุมพร เพื่อผลิตเป็นน้ำมันปาล์มขวดและส่งบริษัท ปตท. เนื่องจากถนนถูกตัดขาด หลังน้ำลดต้องใช้เวลา45 วัน เพื่อฟื้นฟูโรงงาน แต่ช่วง 2-3 เดือนนี้ปาล์มคงขาดแคลน
นอกจากนี้ นายสุมิดา บุรณศิริ รองประธานอาวุโสสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) เห็นว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากน่าจะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป เนื่องจากวัตถุดิบ เช่นกุ้งแช่แข็ง ได้รับความเสียหายมาก
ด้านมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่าจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วันที่ 4 เม.ย. พิจารณาใช้งบกลางที่เหลืออยู่ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อฟื้นฟูภาคใต้ เบื้องต้นพบบ้านเรือนเสียหายกว่า 3 แสนครัวเรือน พื้นที่เกษตรและบ่อเลี้ยงกุ้งเสียหายหลายพันบ่อ คิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาท เบื้องต้นรัฐบาลเตรียมจ่ายเงินชดเชยครัวเรือนละ 5,000 บาท โดยมีเกณฑ์เหมือนการจ่ายเงินช่วยน้ำท่วมในช่วงปลายปีที่ผ่านมา และจะปรับให้ไวขึ้น
นายชาติศิริ โสภณพนิช ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ภายใน1-2 สัปดาห์นี้จะมีการออกแพ็กเกจช่วยลูกค้าในนามสมาคมธนาคารไทย
เห็นได้ว่าภาพรวมกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาของภัยพิบัติใหญ่ภาคใต้ครั้งนี้สร้างความเสียหายแล้วหลายหมื่นล้านบาท และคงต้องติดตามเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ความสูญเสียจะเพิ่มขึ้นอีกแค่ไหน







