
โลกมองไทย
คณะรัฐสภาไทยไม่สามารถลงมติรับรองบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา (เจบีซี)
คณะรัฐสภาไทยไม่สามารถลงมติรับรองบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา (เจบีซี)
ได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลว่ามีสมาชิกไม่ครบองค์ประชุม ส่งผลให้ต้องเลื่อนการตัดสินออกไปเป็นวันอังคารที่ 5 เม.ย.แทน จนทำให้การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาในพื้นที่บริเวณชายแดนต้องล่าช้าออกไป
สำนักข่าวเบอร์นามาของมาเลเซีย รายงานว่า การเลื่อนวันลงมติออกไปเป็นวันอังคารหน้า ดูจะเป็นการทำงานที่ค่อนข้างฉิวเฉียดสำหรับรัฐบาลไทย เนื่องจากต้องลงนามรับรองภายในวันนั้นให้ได้ ก่อนที่ทางคณะทำงานของไทยจะต้องเข้าร่วมการประชุมกับคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมฯ ที่จะมีขึ้นที่เมืองบอกอร์ ประเทศอินโดนีเซีย ในวันที่ 78 เม.ย.นี้
ปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทยกัมพูชา เป็นปัญหาที่ยืดเยื้อเรื้อรังมาเนิ่นนาน ตั้งแต่ครั้งที่ศาลโลกตัดสินในปราสาทพระวิหารเป็นของประเทศกัมพูชา แต่ไม่ได้ตัดสินในเรื่องพื้นที่ 4.6 ตร.กม. รอบปราสาทพระวิหารว่าต้องตกเป็นกรรมสิทธิ์ของประเทศใด ส่งผลให้ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิเหนือดินแดนดังกล่าว
ความขัดแย้งสลับไปมาระหว่างหยุดพักเจรจากับการปะทะกันประปรายของทหารทั้งสองฝ่ายบริเวณชายแดน จนล่าสุดทวีความรุนแรงขึ้นกลายเป็นสงครามขนาดย่อมๆ ที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) และอาเซียนต้องเข้ามาร่วมวงเกี่ยวข้อง ในฐานะตัวกลางเพื่อไกล่เกลี่ย
บันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา เป็นกลไกที่มีความสำคัญอย่างมากกับประเทศไทยและกัมพูชา สำหรับการกำหนดเขตแดนให้มีความชัดเจน แต่การทำงานของเจบีซีก็ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจากติดขัดที่รัฐสภาไทยไม่ยอมรับรองร่างการประชุมเจบีซีทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา ส่งผลให้ไทยตกอยู่ในสถานะลำบากในการเจรจา เนื่องจากปัญหาที่เจบีซีต้องล่าช้าเป็นเพราะไทยเพียงฝ่ายเดียว







