
ฝนถล่มนาข้าวสุโขทัยพังนับพันไร่
ชาวนาทุกข์หนัก! ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันส่งผลทำให้นาข้าวจมน้ำเน่าตายนับพันไร่
ชาวนาทุกข์หนัก! ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันส่งผลทำให้นาข้าวจมน้ำเน่าตายนับพันไร่
สภาพอากาศที่วิปริต ผิดฤดูกาล ทั้งมีฝนตกหลายวัน แถมอากาศหนาวเย็น นอกจากส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย ทำให้มีเด็กเล็กล้มป่วยจำนวนมาก และมีคนแก่หนาวตายแล้ว 2 ราย สภาพอากาศที่แปรปรวน ยังทำให้ไร่ยาสูบพันธุ์เบอร์เลย์ เสียหายยับกว่า 30,000 ไร่ รวมทั้งข้าวนาปรัง ที่กำลังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.กงไกรลาศ พบเสียหายแล้วกว่า 2,000 ไร่
นางเกษร เรืองเดช เกษตรกรหมู่ 1 ต.ดงเดือย อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย กล่าวว่า สภาพอากาศที่แปรปรวนทั้งฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันและลมกรรโชกแรง ส่งผลทำให้นาข้าวจมน้ำเน่าในพื้นที่ต.ดงเดือย ได้รับความเสียหายแล้วกว่า 2 พันไร่ รวมทั้งไร่ยาสูบพันธุ์เบอร์เลย์ได้รับความเสียหายอีกกว่า 3 พันไร่
"ครอบครัวทำนา 70 ไร่ ตอนนี้เสียหายแล้ว 12 ไร่ เพราะเจอทั้งโรครากับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ระบาดในนาข้าว แถมยังมาเจอฝนถล่มซ้ำ ทำให้ต้นข้าวล้มจมดินโคลนเน่าอีก และหากสภาพอากาศยังเป็นเช่นนี้ นาข้าวที่เหลืออยู่ก็คงเสียหายตามกัน ทำให้ขาดทุนมากขึ้นไปอีก"นางเกสรกล่าว
ขณะที่นายบุญเรือน เผือกแดง ตัวแทนเกษตรกรหมู่ 8 ต.ไกรนอก อ.กงไกรลาศ กล่าว ทำนา 44 ไร่ ตอนนี้เสียหายแล้ว 10 ไร่ เพราะโดนฝนกับเพลี้ยระบาด ชาวนาเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ส่วนต้นทุนทำนาทุกวันนี้ อยู่ที่ไร่ละ 5,200 บาท เฉลี่ย 1 ไร่ หากผลผลิตดีก็จะได้ข้าว 80 ถัง แต่สภาพอากาศปัจจุบัน คงเหลือได้ไม่เกิน 40-50 ถังแน่นอน
ด้านนางแฉล้ม ทับจาก อายุ 68 ปี เกษตรกรหมู่ 4 ต.ไกรนอก อ.กงไกรลาศ บอกว่า ตนเองทำนา 22 ไร่ เก็บเกี่ยวไปแล้ว 11 ไร่ จากที่เคยได้ 8 ตัน มาครั้งนี้ได้เพียง 5 ตัน เพราะต้นข้าวจมใต้โคลน ทำให้รถดูดข้าวไม่ได้ ส่วนราคาขายได้ตันละ 5,300 บาทเท่านั้น แม้ขาดทุนก็ต้องขาย ดีกว่าไม่เหลืออะไรเลย







