
พรรคไหนสนใจบ้าง..ปฎิรูปกองทุนเพื่อสังคม
เมื่อนายกรัฐมนตรีประกาศจะยุบสภาต้นเดือน พ.ค. จึงเป็นที่คาดได้ว่า
เมื่อนายกรัฐมนตรีประกาศจะยุบสภาต้นเดือน พ.ค. จึงเป็นที่คาดได้ว่า
โดย..พลเดช ปิ่นประทีป
เมื่อนายกรัฐมนตรีประกาศจะยุบสภาต้นเดือน พ.ค. จึงเป็นที่คาดได้ว่า
การเลือกตั้งทั่วไปควรจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน มิ.ย. หรืออีก 4 เดือนข้างหน้า
นักการเมืองและพรรคการเมืองคึกคักกันขึ้นมาอีกครั้ง ต่างคนต่างเดินหน้าสู่สนามการแข่งขัน โดยมีเก้าอี้ สส. และอำนาจรัฐเป็นเดิมพัน
กระแสข่าวล้มการเลือกตั้งยังเกิดขึ้นเป็นระยะ โดยไม่ทราบชัดว่ามาจากแหล่งใด เมื่อบวกกับความพยายามของกลุ่มแนวคิดสุดขั้วหลายกลุ่มที่เคลื่อนไหวทั้งบนดินและใต้ดิน ก็เป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้เช่นกัน ประเทศจะไปทางไหนล้วนมีค่าใช้จ่าย ได้คุ้มเสียหรือไม่ต้องช่วยกันพิจารณา
โดยส่วนตัวผมเชื่อว่า หากไม่ใจร้อนจนเกินไป ระบบการเมืองการปกครองบ้านเราจะดีขึ้นภายใน 2 สมัยการเลือกตั้งข้างหน้า เพราะผมมองเห็นความเข้มแข็งของพลังสายกลางที่เติบโตขึ้นทุกวัน ขณะที่ภาคการเมืองในระบบที่เป็นอยู่กำลังดำดิ่งลงสู่ความเสื่อมอย่างรวดเร็ว และความเบื่อหน่ายต่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ยืดเยื้อเรื้อรัง เริ่มส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของพลังเงียบในทุกวงการแล้ว
ขอบคุณกลไกปฏิรูปของ อานันท์ ปันยารชุน และอาจารย์หมอ ประเวศ วะสี ที่ซุ่มทำงานด้วยการประมวลประเด็นปัญหาสาธารณะจนคมชัด รวบรวมข้อมูลและองค์ความรู้เพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ สิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือและปัญญาของสังคมในการยกระดับคุณภาพการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไปอย่างที่หลายคนคิดไม่ถึง
ที่ประชุมสมัชชาปฏิรูประดับชาติเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีมติสำคัญเกี่ยวกับการจัดการที่ดิน การจัดการทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง การคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนกรณีที่ดินและทรัพยากร การปฏิรูประบบประกันสังคมเพื่อความเป็นธรรม การสร้างระบบหลักประกันในการดำรงชีพเพื่อการชราภาพและระบบสังคมสุขภาวะ การสร้างสังคมที่คนไทยไม่ทอดทิ้งกัน การปฏิรูประบบการกระจายอำนาจ ศิลปะการสร้างสรรค์และเยียวยาสังคม
เข้าใจว่าสำนักงานปฏิรูปคงจะได้จัดทำเอกสารฉบับสมบูรณ์เพื่อเผยแพร่แก่สังคม และส่งมอบถึงมือพรรคการเมืองผู้ขันอาสาเข้ามาแก้ปัญหาบ้านเมืองทุกพรรคในเร็วๆ นี้
จากนี้ไปจึงเป็นหน้าที่ของสื่อมวลชนและเครือข่ายภาคประชาชนทุกกลุ่มทุกพื้นที่ทุกระดับ จะได้นำเนื้อหาสาระเหล่านี้ไปจัดทำเป็น “คำถามเชิงนโยบาย” เพื่อหาคำตอบจากนักการเมืองและพรรคการเมือง ทั้งที่ตนชื่นชอบและที่อยากตรวจสอบกดดันว่ามีนโยบายรูปธรรมอย่างไรต่อเรื่องเหล่านี้ เจอที่ไหนถามที่นั่น การทำเช่นนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพของนักการเมืองและเครือข่ายภาคประชาชนไปพร้อมๆ กัน
มีเรื่องหนึ่งที่ผมสนใจ คือ มติเกี่ยวกับการสร้างสังคมที่คนไทยไม่ทอดทิ้งกัน เพราะบังเอิญเป็นเรื่องที่เคยริเริ่มมาก่อน เมื่อครั้งดูแลกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่ประชุมสมัชชาปฏิรูปชี้ว่า การดูแลและพิทักษ์กลุ่มประชากรที่ด้อยโอกาส ทั้งเด็ก เยาวชน สตรี ผู้พิการ ผู้สูงอายุ รวมถึงกลุ่มคนไร้บ้าน ไร้สถานะทางกฎหมาย ผู้ติดเชื้อ ผู้เคยต้องโทษคุมขัง และคนยากจนต่างๆ เป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลและระดับประเทศ ซึ่งนับวันจะมีจำนวนที่เพิ่มขึ้น แต่งบประมาณของกระทรวง พม.กลับมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 0.5 เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ที่กระทรวง พม.ยังมี ระบบกองทุนเพื่อสังคม อยู่ 5 กองทุน เป็นเครื่องมือในการทำงาน ได้แก่ กองทุนส่งเสริมเด็กและเยาวชน ป้องกันค้ามนุษย์ ส่งเสริมผู้สูงอายุ ส่งเสริมคนพิการ และส่งเสริมสวัสดิการสังคม แต่โชคร้ายที่กองทุนเหล่านี้ทั้งหมดล้วนอยู่ในระบบระเบียบราชการที่ตึงตัวและไม่เอื้ออย่างยิ่งต่อการทำงานกับภาคประชาชน จึงทำให้มีประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ที่ต่ำมาก เป็นรูปแบบสังคมสงเคราะห์ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขาดการพัฒนาเชิงนวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชนอยู่ในวงที่แคบมาก จึงมีมติว่าควรปฏิรูประบบการคลังเพื่อสังคม โดยปฏิรูประบบบริหารจัดการกองทุนทั้ง 5 อย่างจริงจัง
พรรคการเมืองใดสนใจบ้างครับ?







