
สดศรีกร้าวขู่ไม่ลงนามประกาศกกต.
หวั่นถูกฟ้องโยนเสียงข้างมากทำ พท.ปูดมาร์คดูไสยศาสตร์ยุบสภา
หวั่นถูกฟ้องโยนเสียงข้างมากทำ พท.ปูดมาร์คดูไสยศาสตร์ยุบสภา
สดศรีลั่นจะไม่ลงนามประกาศระเบียบ กกต. หากกฎหมายลูก 3 ฉบับไม่เสร็จ
นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง เปิดเผยว่า หากมีการยุบสภาก่อนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับจะเสร็จแล้วให้ กกต.ออกประกาศระเบียบเลือกตั้งนั้น ขอยืนยันจะไม่ยอมลงนามในประกาศดังกล่าว
“ถ้าที่สุดแล้วมีการยุบสภาโดยที่กฎหมายไม่แล้วเสร็จ และ กกต.ต้องออกประกาศฯ ดิฉันก็จะขอใช้สิทธิไม่ลงนามในประกาศฯ เพราะในเมื่อ กกต.ทั้ง 4 คนบอกว่าสามารถทำได้ และการออกประกาศฯ เป็นเรื่องของเสียงข้างมาก ก็ให้ท่านลงนามและรับผิดชอบกับการถูกฟ้องกันไป” นางสดศรี กล่าว
ทั้งนี้ ก็ยังมีสัญญาณที่อาจทำให้ไม่มีการเลือกตั้งได้ เช่น ข้อตกลงเขตแดนไทยกัมพูชา หรือเจบีซี ที่ขณะนี้ทางรัฐสภาก็ไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไร จะจนมุมหรือไม่ จนไปนำสู่การยุบสภา ซึ่ง กกต.ไม่ต้องการที่จะออกประกาศหลักเกณฑ์ตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
ด้านนายธนา ชีรวินิจ สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 3 ฉบับ กล่าวว่า การพิจารณาร่างทั้งสามฉบับจะพิจารณาเสร็จสิ้นวันที่ 30 มี.ค. และจะส่งให้สภาพิจารณาในวาระที่ 23 ได้ในสัปดาหน้า
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาของเจบีซีไม่เกี่ยวข้องกับการยุบสภา ส่วนที่พรรคเพื่อไทยระบุว่ารัฐบาลยึดโหราศาสตร์ในการยุบสภานั้น นายกฯ กล่าวเพียงว่า “เขาไปดูมาให้เลยหรอ”
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงกำหนดการยุบสภาว่ายังเป็นภายในสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค. หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ผมบอกว่าไม่เกินต้นเดือนครับ” และเมื่อถามย้ำว่าไม่เกินต้นเดือน เม.ย. หรือ พ.ค. นายกฯ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ก็ไม่เกินต้นเดือนครับ ภาษาไทยชัดเจนอยู่แล้ว บอกไม่เกินก็คือไม่เกิน” จากนั้นได้ฝ่าวงล้อมผู้สื่อข่าวขึ้นรถทันทีโดยเลี่ยงจะพูดถึงเดือนในการยุบสภา
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทราบข่าวจากคนในพรรคประชาธิปัตย์ว่านายอภิสิทธิ์จะยุบสภาก่อนกำหนดเดิมราว 1 สัปดาห์ หรือวันที่ 27 เม.ย. เพราะมีการไปดูฤกษ์พานาทีแล้วพบว่า หากยุบสภาในวันดังกล่าวอาจได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง จึงเดินตามหลักไสยศาสตร์
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้นายพร้อมพงศ์ว่า นายอภิสิทธิ์ไม่ใช่เป็นคนงมงายในเรื่องไสยศาสตร์ และที่ผ่านมาก็ได้ทำงานบริหารราชการแผ่นดินอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง การยุบสภาจะเร็วหรือช้าไม่ได้อยู่ที่ดวง แต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางการเมือง
“ถ้าจะคิดว่านายอภิสิทธิ์เป็นคนที่เชื่อในไสยศาสตร์นั้น สิ่งที่เพ้อฝันและนั่งเทียน น่าจะเป็นเจ้านายตัวเองที่หลงใหลในโหราศาสตร์ขนาดต้องลงทุนไปดูหมอดูอีทีที่ประเทศพม่ามากกว่า ทำงานทุกอย่างก็จะใช้หลักโหราศาสตร์เป็นเครื่องนำทางตลอดเวลา” นายเทพไท กล่าว







