
หนุ่มโรคประสาทฆ่าหั่นศพเพื่อนปัญญาอ่อน
สยอง! หนุ่มโรคประสาท ฆ่าหั่นศพลูกชายเจ้าของบ้านเช่า ในจ.อุดรธานี ที่มีอาการปัญญาอ่อน
สยอง! หนุ่มโรคประสาท ฆ่าหั่นศพลูกชายเจ้าของบ้านเช่า ในจ.อุดรธานี ที่มีอาการปัญญาอ่อน
เมื่อเวลา 13.30 น. พ.ต.ท.พงษ์พิศ อุปรโคตร สารวัตรเวร สภ.เมืองอุดรธานี ออกสอบสวนเหตุฆ่าหั่นศพ ที่บ้านเช่าเลขที่ 183/3 หมู่ 11 ชุมชนหนองนาเกลือ เขตเทศบาลนครอุดรธานี พร้อมกำลังตำรวจ และแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เจ้าหน้าที่มูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว มีชาวบ้านจำนวนมากมุงดูอยู่หน้าบ้าน ปิดประตูล๊อคด้านใน แต่มีศีรษะ มือ 2 ข้าง และเท้า 2 ข้าง เปื้อนเลือด วางอยู่หน้าประตูบ้าน
ทราบภายหลังว่าเป็นชิ้นส่วนของศพ นายชาญชัย น้ำใจ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 183/5 หมู่ 11 ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ส่วนฆาตกรชื่อนายบุญหนา มาพิบูลย์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119/2 ซอยทองคำอุทิศ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี คนเช่าบ้านที่เกิดเหตุ และยังปิดประตูขังตัวเองอยู่ภายในบ้าน หลังจากตำรวจเรียกประมาณ 5 นาที
นายบุญหนา ได้เปิดประตูเดินออกมามอบตัวกับตำรวจ และยอมรับว่าได้ฆ่าหั่นศพด้วยสีหน้าไม่สะทกสะท้าน
ตรวจสอบในบ้านพบร่างผู้ตาย ไม่มีหัว มือ และเท้า นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นห้องโถง เลือดเลอะกระจายไปทั่วห้อง ข้างศพยังพบมีดสีดำยาว 1 ฟุต ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้หั่นศพวางอยู่ ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และสั่งให้ควบคุมตัวนายบุญหนาฯ ไปโรงพักเพื่อสงบสติอารมณ์
สอบสวนนายเอกพงษ์ พาไทสงค์ อายุ 27 ปี เพื่อนบ้านผู้พบศพคนแรก ให้การว่า ขณะที่ตนนอนอยู่ในบ้าน ก็ได้ยินเสียงร้องคล้ายกับคนถูกทำร้าย ตนคิดว่านายบุญหนาโรคประสาทกำเริบ จึงสวมเสื้อเดินออกมาเพื่อพานายบุญหนาส่งโรงพยาบาลเหมือนทุกครั้ง แต่ได้ยินเสียงบ่นพึมพำ จึงร้องถามว่าทำอะไรอยู่ นายบุญหนาบอกให้ตนเข้าไปในบ้าน แต่ตนไม่ยอมเข้า นายบุญหนาจึงเปิดประตูออกมา พร้อมกับใช้เท้าเตะศีรษะ มือ เท้า ของผู้ตายออกมา แล้วปิดล๊อคประตูขังตัวเองไว้ จึงวิ่งไปบอกชาวบ้าน
นายกิตติชัย น้ำใจ อายุ 79 ปี พ่อผู้ตาย ให้การว่า ผู้ตายเป็นคนไม่สมประกอบ อาศัยอยู่กับตน ส่วนบ้านหลังเกิดเหตุเป็นของลูกชาย นายบุญหนาและภรรยาได้มาอาศัยอยู่ และก็ทราบว่าป่วยเป็นโรคประสาท เพราะมักจะอาละวาดอยู่เป็นประจำ ลูกชายและฆาตกรสนิทกันพอสมควร ก่อนเกิดเหตุผู้ตายก็ไปเล่นด้วยกัน ไม่รู้ว่ากำลังประสาทกำเริบ ขังตัวเองอยู่ภายในบ้าน
นางสายพิณ มาพิบูลย์ อายุ 47 ปี ภรรยานายบุญหนาฯ ฆาตกรให้การว่า มีอาชีพเป็นแม่ค้าอาหารตามสั่ง สามีทำงานเป็นภารโรงที่อนามัยชุมชนเทศบาล 8 ป่วยมีอาการทางประสาท รับการรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และกินยามาตลอด แต่ถ้ายาหมดหรือไม่กินยาอาการจะกำเริบ มักจะได้ยินเสียงต่างๆ อาละวาด และขังตัวเองอยู่ภายในบ้าน ก่อนเกิดเหตุ เมื่อเช้านี้สามีแต่งตัวกำลังจะออกไปทำงาน แต่เปลี่ยนใจปิดประตูขังตัวเอง และตนไว้ในบ้าน บอกว่าโลกกำลังจะแตก กระทั่งบ่ายโมงจึงยอมให้ตนไปขายอาหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสงบสติอารมณ์ในห้องขังประมาณ 1 ชั่วโมง ตำรวจได้นำตัวนายบุญหนา ออกมาสอบสวน ให้วกไปวกวนพอจับใจความได้ว่า ได้ยินเสียงก้องอยู่ในบ้านทั้งวัน ทำให้รู้สึกรำคาญมาก พอเห็นนายชาญชัยฯมาหาที่บ้าน จึงบอกให้นายชาญชัยฯน้องเจ้าของบ้านไปแก้ไข แต่นายชาญชัยบอกว่าไม่ได้ยินเสียงอะไร พยายามบอกไปหลายครั้ง แต่ก็ยืนยันว่าไม่ได้ยิน จึงโมโหมากคว้ามีดพันมือทั้งสองข้าง เมื่อล้มลงตนก็ฟันคอซ้ำจนขาด แล้วหั่นเท้าออก พอมีคนมาเรียกตนก็เตะศีรษะ มือ เท้าออกมา
พ.ต.ท.พงษ์พิศ สารวัตรเวร เปิดเผยว่า จากคำให้การของนางสายพิณ ภรรยานายบุญหนา ซึ่งเป็นผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ อ้างว่าผู้ต้องหาป่วยเป็นโรคประสาท และรักษาและกินยาโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีนั้น แต่สามารถทำงาน และดำเนินชีวิตได้ตามปกติ และจะมีอาการกำเริบในบางครั้งนั้น ในชั้นจับกุมและสอบสวน ตำรวจก็ต้องดำเนินคดีไปตามกฎหมาย พยาน และหลักฐานที่มี ในเบื้องตนได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนเรื่องผู้ต้องหา ป่วยโรคประสาทนั้น ศาลจะเป็นผู้พิจารณา ตามพยานและหลักฐาน และจะต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าผู้ต้องหาป่วยทางประสาทขณะก่อเหตุ พ.ต.ท.พงษ์พิศ กล่าวในที่สุด







