
ปรับวิธีจัดการ
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้
แม้เกิดจากพายุฤดูร้อน ใช่สถานการณ์น้ำหลากจนเกิดอุทกภัยตามฤดูกาล แต่ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ 10 จังหวัด ก็สะท้อนให้เห็นความไร้ประสิทธิภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาพผู้คนที่ต้องขนย้ายสิ่งของ ทิ้งบ้านเรือน อพยพไปอยู่ในพื้นปลอดภัยจากกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก สัตว์เลี้ยงจำนวนมากต้องจมน้ำตาย ยิ่งกว่านั้นยังมีประชาชนเสียชีวิตจากกระแสน้ำไปแล้วนับ 10 ราย ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า แม้กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศเตือนล่วงหน้าให้ระวังน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม ในพื้นที่เสี่ยงภัยเหล่านี้ แต่เหตุใดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ จึงมิได้แจ้งเตือน หรือเตรียมการช่วยเหลือประชาชน ทั้งการอพยพคนและสัตว์เลี้ยง ก่อนจะเกิดความสูญเสียมากมายเช่นนี้
ประชาชนในพื้นที่พูดกันเป็นเสียงเดียวว่า ไม่คาดคิดว่าจะเกิดอุทกภัยขึ้นในช่วงเวลานี้ ซึ่งเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูแล้ง ไม่ใช่ฤดูน้ำหลาก และไม่มีหน่วยงานใดให้ข้อมูลเพื่อเตรียมตัวรับมือ ในสถานการณ์เช่นนี้ หน่วยงานรัฐซึ่งทราบข้อมูลดีที่สุด น่าที่จะเตรียมการรับมือได้ทันท่วงทีมากกว่าที่เกิดขึ้น
ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทย รัฐไทย และสังคมไทย เพิ่งเผชิญวิกฤตอุทกภัยอย่างรุนแรงเกือบทั่วทุกภาค ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เห็นความไม่พร้อมในทุกองคาพยพที่เกี่ยวข้องกับการจัดการภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือน การช่วยเหลือประชาชน ความพร้อมของการรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บ รวมทั้งการฟื้นฟูเยียวยาช่วยเหลือต่อความเสียหาย ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และการประกอบอาชีพ
ภัยพิบัติ ความสูญเสีย และเสียงวิจารณ์ความไร้ประสิทธิภาพของหน่วยงานรัฐ จึงเป็นเรื่องซ้ำซากทุกครั้ง
การจัดการที่เป็นระบบ จึงควรเริ่มจากความรู้เกี่ยวกับภัยพิบัติ ซึ่งจะช่วยให้คาดการพยากรณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะนำไปสู่การแจ้งเตือนหรืออพยพผู้คน รวมทั้งการส่งความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงทีและทั่วถึง
การรับมือกับปัญหา การจัดการหลังภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ จะเกิดขึ้นได้ด้วยการเตรียมโครงสร้างและระบบวิธีการจัดการอย่างมีบูรณาการ มิใช่แค่การตั้งคณะกรรมการหรือศูนย์อำนวยการขึ้นมาหลังเกิดเหตุ เพื่อรับแจ้งว่าพื้นที่ใดมีปัญหา ขาดแคลนในเรื่องใด แล้วจัดส่งไปให้ตามความต้องการ
กว่า 2 วันแล้วที่ประชาชนในพื้นที่ต้องเผชิญชะตากรรมอย่างหนักหนาสาหัส แต่ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 มี.ค. เพิ่งจะเริ่มพูดกันถึงการนำปัญหาภัยพิบัติขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติ และมีมติให้สำรวจความเสียหายในสัปดาห์หน้า ขณะที่ศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศชอ. จะเริ่มประชุมครั้งแรกในวันนี้
ถึงเวลาต้องปรับการจัดการด้านภัยพิบัติทั้งระบบกันแล้ว







