posttoday
ปิดบัญชีมารศาสนา แก๊งโจรกรรมพระเก่า

ปิดบัญชีมารศาสนา แก๊งโจรกรรมพระเก่า

28 มีนาคม 2554

โบราณวัตถุทั่วไทยยังคงตกอยู่ในอันตรายต่อการถูกฉกไปขายเป็นวัตถุส่วนตัว

โบราณวัตถุทั่วไทยยังคงตกอยู่ในอันตรายต่อการถูกฉกไปขายเป็นวัตถุส่วนตัว

หรือไม่ก็ส่งออกนอกประเทศ โดยเฉพาะพระพุทธรูปโบราณของบ้านเราที่รับรู้กันว่าเป็นสิ่งล้ำค่านั้น กลายเป็นสิ่งหวานหอมของ “แก๊งลักพระ” อย่างไม่กลัวบาป และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทลายเครือข่ายขบวนการลักพระ “ก๊วนบิ๊ก” ของนักสืบหนุ่มรุ่นใหญ่คนหนึ่ง ที่พระประธานโบราณในบ้านเกิดของเขาก็ถูกขโมยไปเช่นเดียวกัน และในที่สุดเขาก็แกะรอยจนตาม “หลวงพ่อ” กลับมาสู่โบสถ์ได้อีกครั้ง

ทันทีที่ พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ พลคี ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 (ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.3) เห็นหนังสือคำสั่งให้ตำรวจทั่วประเทศเร่งค้นหาพระพุทธรูปโบราณ “หลวงพ่อเชียงแสน” พระพุทธรูปสำริดหุ้มทอง ปางมารวิชัย ศิลปะล้านนา อายุกว่า 500 ปี ที่ถูกโจรกรรมไปจากวัดมะกอกสีมาราม ต.รอบเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ม.ค.

ผู้กำกับฯ นภันต์วุฒิ บอกกับตัวเองต้องติดตามพระพุทธรูปองค์นี้กลับมาให้ได้ นั่นเป็นเพราะหลวงพ่อเชียงแสนเป็นพระประจำบ้านเกิดที่คุ้นเคยตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กหนุ่มเมืองปราจีนบุรี เขาได้รับไฟเขียวให้สืบสวนจากนักสืบรุ่นใหญ่ พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.ภ.3 ที่ควบคุมการสืบสวนครั้งนี้อย่างใกล้ชิด

เขาตรวจสอบข้อมูลการโจรกรรมพระพุทธรูปทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน ก็พบว่ามีวัดที่ถูกโจรกรรมพระไปทั้งสิ้น 31 วัดทั่วประเทศ หนึ่งในนั้นเป็นวัดที่อยู่ในพื้นที่ที่เขารับผิดชอบ นั่นคือ พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ ภายในวัดบัว อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ถูกโจรกรรมไปเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2553 มีทรัพย์สินถูกโจรกรรมไปทั้งสิ้น 17 รายการ และทุกรายการต่างล้ำค่าขึ้นทะเบียนของกรมศิลปากร และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เช่นเดียวกับหลวงพ่อเชียงแสนที่หายไปจากปราจีนบุรี

เขาจึงเริ่มเอาเหตุภายในวัดบัวเป็นจุดหมุนทันที เนื่องจากพฤติกรรมของการโจรกรรมใกล้เคียงกัน นั่นคือคนร้ายได้ใช้วิธีการเจาะหลังคาก่อนจะโรยตัวลงไปแล้วฉกเอาพระพุทธรูป รวมทั้งสมบัติล้ำค่าลอดออกไปทางหลังคาทีละชิ้นๆ และทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรมไปก็อยู่ในยุคเดียวกัน สมมติฐานของเขาก็ถูกตั้งขึ้นว่า เป็นไปได้ที่คนร้ายจะเป็นคนกลุ่มเดียวกัน

ขั้นต่อมา ผู้กำกับฯ นภันต์วุฒิ เริ่มเสาะหาพยานที่อาจจะเห็นเหตุการณ์ แต่โชคไม่ดีนัก คือที่วัดมะกอกสีมารามที่ประดิษฐานของหลวงพ่อเชียงแสนไม่มีพยานที่เห็นเหตุการณ์เลยแม้แต่คนเดียว

แต่โชคยังเข้าข้างทันทีที่เขาลงพื้นที่ที่วัดบัว แม้ว่าจะไม่มีพยานเห็นคนร้ายเข้าโจรกรรม แต่เขาและทีมงานก็ไปได้พยานปากเอกมา 1 ปาก พร้อมกับคำให้การที่ยืนยันว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุ 4 วัน พบเห็นชาย 3 คนมีท่าทางพิรุธ เข้ามาทำบุญไหว้พระเหมือนกับชาวบ้าน และคนกลุ่มนี้สนใจพระพุทธรูปโบราณเป็นพิเศษ

จากคำให้การของพยานที่หาได้เพียงคนเดียวทำให้ชุดสืบสวนของ พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ ได้ภาพสเกตช์คนร้ายมา 2 คน พร้อมกับข้อมูลพาหนะที่คนร้ายใช้ คือ รถปิกอัพ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์

แผนการต่อไปของเขาจึงถูกกำหนดขึ้นทันที ทางแรกคือการขุดหาข้อมูลเก่าของคนร้ายที่เคยมีพฤติกรรมเช่นนี้ พร้อมกับเทียบเคียงภาพสเกตช์กับภาพถ่ายของคนร้ายที่เคยมีประวัติมาก่อน ทางที่สอง พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ วางหมากด้วยการใช้สายลับที่คร่ำหวอดในวงการค้าพระเถื่อนพระโบราณ เพื่อสืบเสาะหาข้อมูลของคนร้ายเพิ่มเติม

ราวสัปดาห์เศษหมากที่วางไว้ก็ส่อแววสำเร็จ เมื่อหนึ่งในสายลับส่งข่าวกลับมาบอกว่า พอที่จะได้เค้าลางแก๊งลักพระพุทธรูปต้องสงสัยแล้ว และได้เบาะแสว่าสองในแก๊งคนร้ายกำลังกบดานอยู่ที่บ้านพักฝั่งธนบุรี ย่านถนนพระราม 2

ปิดบัญชีมารศาสนา แก๊งโจรกรรมพระเก่า

หลังจากนั้นทีมสืบสวนทั้งหมดถูกระดมมายังบ้านเป้าหมายทันที หลังปฏิบัติการจู่โจมไม่ถึง 10 นาที อดิศร หรือ ไอ้สิงห์ ใจมา วัย 44 ปี ชาว อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา และ ปราโมทย์ หรือ ไอ้โมทย์ ชินรินทร์ วัย 42 ปี หนุ่มใหญ่ชาวบางบอน ก็ถูกคล้องกุญแจมือหมดสิ้นอิสรภาพ พร้อมกับยอมรับสารภาพแต่โดยดีว่าอยู่ในแก๊ง และเป็นผู้ที่ลงมือขโมยหลวงพ่อเชียงแสน รวมทั้งที่วัดบัว และอีกหลายที่ ส่วน ชยพล หรือ ต๋อง วงศ์ใหญ่ และ พนม มีถาวร สองตัวการหัวหน้าใหญ่ และ น.ส.แอน บุญไชย หลบหนีไปได้

พ.ต.อ.นภันต์วุฒิ บอกว่า จากการสอบสวนขยายผลทำให้รู้ว่าหลวงพ่อเชียงแสนถูกนำไปขายให้กับเซียนพระฉายา “เฒ่า ท่าพระจันทร์” จึงเอากำลังตามไปค้นที่โรงงานหล่อพระแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี และอายัดพระของกลางมาทั้งหมดกว่า 50 รายการ แต่ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหากับเฒ่า ท่าพระจันทร์ เพราะอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน

“อย่างหนึ่งที่เลือกทำคดีนี้เพราะเป็นพระที่อยู่ที่บ้านเกิดของผม และชาวบ้านอยากได้คืนมาก จึงช่วยกันทำทุกวิธีเพื่อเอาหลวงพ่อเชียงแสนกลับคืน ทั้งทำบุญ สวดมนต์ สาปแช่ง ทำกันเยอะมาก ตอนนี้เขาดีใจกันมาก ขณะนี้กรมศิลปากรกำลังนำท่านไปบูรณะ และจะส่งคืนให้ชาวบ้านวันที่ 10 เม.ย.นี้” ผู้กำกับฯ นภันต์วุฒิ บอก

อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้แค่ลูกกรง กุญแจ หรือสัญญาณเตือนภัย ไม่เพียงพอที่จะป้องกันแก๊งโจรกรรมได้ แม้วัดหลายแห่งจะป้องกันทุกวิถีทางก็ยังไม่รอดพ้น มารศาสนาไม่กลัวบาปพวกนี้ ทำได้แม้กระทั่งปลอมเป็นพระเอาผ้าเหลืองห่มเข้าวัดเพื่อป้องกันหมาเห่า เพราะหมาวัดจะคุ้นกับสีจีวรพระ หรือไม่บางครั้งก็ทำตัวด้วยกลิ่นสาบเสือ เพื่อให้หมาวัดวิ่งหนี ทางป้องกันที่ดีที่สุดคือ ต้องหาคนมาเฝ้า หรือไม่ชาวบ้านก็ต้องวนเวียนกันมาเฝ้าวัด วิธีนี้จะป้องกันพวกมารศาสนาได้

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน