
'ผมกล้าคุย เรามีวิธี'
การเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาสันติของ “เสรี สุวรรณภานนท์” เป็นแค่ขัดตาทัพเพื่อรอ “บิ๊กปุ” ขึ้นนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคตัวจริง แว่วว่าเสรีถูกวางตัวเป็น เลขาธิการพรรคคู่ใจ กับ หัวหน้า “ปุระชัย” โดยเขาเป็นฝ่ายประสานดึงสมัครพรรคพวก นักธุรกิจ นักวิชาการ มาร่วมงาน รอเพียงการตอบรับอย่างเป็นทางการเพื่อมาร่วมเปิดตัวทั้งคณะในวันที่ 2 เม.ย. สำหรับเสรีจะลงสมัคร สส.แน่ แต่ยังอุบไต๋ว่าลงเขตหรือปาร์ตี้ลิสต์
การเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาสันติของ “เสรี สุวรรณภานนท์” เป็นแค่ขัดตาทัพเพื่อรอ “บิ๊กปุ” ขึ้นนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคตัวจริง แว่วว่าเสรีถูกวางตัวเป็น เลขาธิการพรรคคู่ใจ กับ หัวหน้า “ปุระชัย” โดยเขาเป็นฝ่ายประสานดึงสมัครพรรคพวก นักธุรกิจ นักวิชาการ มาร่วมงาน รอเพียงการตอบรับอย่างเป็นทางการเพื่อมาร่วมเปิดตัวทั้งคณะในวันที่ 2 เม.ย. สำหรับเสรีจะลงสมัคร สส.แน่ แต่ยังอุบไต๋ว่าลงเขตหรือปาร์ตี้ลิสต์
อดีตของ “เสรี” ผ่านงานมาหลากหลาย เคยเป็นเลขาธิการสภาทนายความ สว.กรุงเทพฯ รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ยืนคนละฟากกับทักษิณ เจ้าตัวรับว่าเคยเป็นเหลืองช่วงหนึ่ง เพราะต้องการให้มีการเปลี่ยนตัวผู้นำช่วงนั้น แต่เมื่อเปลี่ยนแล้วก็หยุด ไม่ถึงขนาดจะต้องต่อเนื่องไปเรื่องอื่น
ว่าไปแล้ววันนี้เสรีมีความสุขกับการบริหาร “ตลาดเสรี” บนเนื้อที่ 8 ไร่ ย่านพุทธมณฑลสาย 5 ของเขาเอง โดยซื้อที่ดินแปลงนี้มาจาก สมบัติอุทัยสาง แรกเริ่มเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ก่อนที่เจ้าตัวจะปิ๊งไอเดียทำเป็นตลาดสดขายของ บนหลักคิดว่า หากตลาดจะรุ่ง ต้องทำให้คนซื้อกับคนขายมาพร้อมกันให้ได้ เพียงแค่วันแรกที่เปิดตลาด เขาวางกลยุทธ์เปิดให้ผู้ค้าเข้ามาจองแผงฟรี และใครเอาใบแนะนำตลาดมา ก็ให้แลกรับพระเครื่อง ผู้คนจึงแห่แหนจนตลาดแคบไปถนัดตา จากวันนั้นถึงวันนี้ “ตลาดเสรี” ที่สะอาด ก็ยังคงกระชุ่มกระชวย การค้าขายสะพัดในย่านนั้นจนไม่มีวันหยุด
“ผมใช้วิธีคิดในการบริหารตลาดที่มาจากประสบการณ์ตรง ฉะนั้นถ้าเอาสิ่งเหล่านี้ไปบริหารบ้านเมือง ผมกล้าที่จะคุยได้ว่า ผมมีวิธีที่จะทำให้บ้านเมืองดีขึ้นเยอะ ผมมีความคิดด้านการตลาด ทำให้ชาวบ้านมีงานทำ ครอบครัวมีรายได้ ไม่ต้องเป็นภาระของสังคม ถ้าผมมีโอกาสบริหารประเทศจะทำให้ตลาดทั่วประเทศสู้กับโลตัสได้”
เสรี บอกว่า การเข้ามาเล่นการเมืองโดยย้ายจากซีก สว.มาเป็น สส.เต็มตัว ต้องการมาแก้ปัญหาคอร์รัปชันที่เขามีแนวทางชัดเจน ปัญหานี้เกิดจากตัวบทกฎหมาย เพราะวันนี้เรายังแก้ปัญหาเรื่องคนไม่ได้ ใครเข้ามาก็แสวงหาประโยชน์กันส่วนใหญ่ เมื่อแก้ไม่ได้ ก็ต้องไปแก้ที่ระบบ คือ แก้กฎหมายที่บัญญัติว่าการรับสินบนเป็นความผิดทั้งคนให้และคนรับ ซึ่งดูเหมือนจะดี แต่ด้วยบทบัญญัติของกฎหมายนี้กลับเป็นจุดอ่อนของการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน เพราะคนให้ก็ผิดคนรับก็ผิด จึงช่วยกันปิดหมดเลย ดังนั้นต้องแก้ว่า โดยเปิดโอกาสให้คนที่ให้สินบนสามารถเปิดเผยหลักฐานโดยง่าย ถ้าเขาเปิดเผยแล้ว ต้องไม่เอาโทษเขา เพราะคนให้สินบนส่วนใหญ่ไม่มีใครอยากให้ ส่วนใหญ่ต้องการประมูลงาน ถูกบังคับแต่คนที่ให้เหล่านี้เมื่อเขาผิด เขาก็เลยปกปิด แต่ถ้าให้เขาสามารถเปิดเผยได้ง่าย โดยที่เขาไม่ต้องรับโทษ ต่อไปข้างหน้าคนที่รับสินบนก็จะไม่กล้ารับ เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้าคนเหล่านี้จะเอาหลักฐานมาเปิดเผยได้เมื่อไร เมื่อหลักฐานเปิดเผยโดยง่าย คนรับก็จะไม่กล้ารับ นั่นก็คือ การลดคอร์รัปชัน นอกจากนี้ต้องแก้ให้คดีทุจริตต้องไม่มีอายุความ ให้เป็นชนักติดตัวไปจนตาย
“ถ้าผมเข้าไปปั๊บ ก็จะเสนอแก้กฎหมายเรื่องคอร์รัปชันก่อนเลย”
จุดแข็งของพรรคประชาสันติ คือ คำประกาศที่จะไม่มีการคอร์รัปชัน และจะทำให้เป็นตัวอย่างในสังคมโดยจะให้หน่วยราชการเลิกรีดไถตามท้องถนนให้หมด
ทำได้หรือไม่ต้องติดตาม...







