posttoday
ยื่นศาลปกครองขอคุ้มครองขึ้นค่าทางด่วนโทล์เวย์

ยื่นศาลปกครองขอคุ้มครองขึ้นค่าทางด่วนโทล์เวย์

03 กุมภาพันธ์ 2553

เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคฟ้องศาลขอคุ้มครองชั่วคราวหวังลดค่าผ่านทางโทลล์เวย์ พ่วง คมนาคมและพวก โทษฐานเอื้อประโยชน์เอกชน

เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคฟ้องศาลขอคุ้มครองชั่วคราวหวังลดค่าผ่านทางโทลล์เวย์ พ่วง คมนาคมและพวก โทษฐานเอื้อประโยชน์เอกชน

น.ส.สาลี อ๋องสมหวัง  เลขาธิการมูลนิธิเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยภายหลังยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลาง กรณีที่ได้รับความเสียหายจากการขึ้นค่าผ่านทางของบริษัทดอนเมืองโทลล์เวย์ จาก 55 บาท เป็น 85 บาท โดยฟ้องเอาผิดนายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม  และคณะรัฐมนตรี ต่อศาลปกครองเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว ให้เอกชนเก็บเงินค่าผ่านทางที่ราคา 55 บาท

ขณะเดียวกัน ศาลจะต้องพิจารณาเรื่องการขอยกเลิกบันทึกข้อตกลงปี 50 เรื่องที่รัฐอนุญาตให้เอกชนสามารถเพิ่มค่าผ่านทางได้ รวมถึงประเด็นการต่ออายุสัญญาสัมปทาน อย่างไรก็ตาม หากศาลตัดสินว่าการดำเนินการของกระทรวงคมนาคมและบริษัทเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบทางเครือข่ายฯก็จะยื่นอุทธรณ์ เพื่อขอความเป็นธรรมต่อไป

 “เรามั่นใจว่าข้อเรียกร้องของเราจะชนะเพราะได้มีการปรึกษากับนักกฎหมายอิสระ นักวิชาการหลายแห่งซึ่งต่างให้เหตุผลว่าสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรม” น.ส.สาลี กล่าว

สำหรับขั้นตอนหลังจากศาลรับคำร้องการคุ้มครองชั่วคราวแล้ว คาดว่าใน 1 สัปดาห์จะรู้ผล ทั้งนี้สาเหตุที่ต้องฟ้องร้องต่อศาล เนื่องจาก รัฐได้ทำตามอำเภอใจในการขึ้นค่าบริการสาธารณะ ดังนั้นจึงต้องการให้กรมทางหลวงคิดค่าบริการที่สมเหตุสมผล และชอบด้วยกฎหมายการปกครองว่าด้วยการบริการสาธารณะ แทนการคิดค่าผ่านทางจากผลตอบแทน หรือรายได้ หรือกำไรของผู้ประกอบการ หรือผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น

น.ส.สารี กล่าวว่า เครือข่ายฯ ต้องการให้ศาลมีคำสั่งหรือคำสั่งเพิกถอนการขึ้นค่าบริการ และให้กรมทางหลวงคิดค่า

ผ่านทางที่กำหนดบนพื้นฐานของต้นทุนการให้บริการจากผู้ใช้บริการสาธารณะ และให้เพิกถอนบันทึกข้อตกลงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญในบันทึกข้อตกลงของปี 2550 ที่ให้ขยายอายุสัมปทานออกไปจนทำให้มีอายุสัมปทานรวมถึง 45 ปี  ให้เพิกถอนมติครม.ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้บรรเทาทุกข์ชั่วคราว เพื่อให้จ่ายค่าบริการในอัตราเดิมจนกว่าคำพิพากษาจะถึงที่สุด         

นางสาลี กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงในสัญญาที่ พบว่าเป็นสัญญาสัมปทานและการแก้ไขที่ไม่ถูกต้อง ทำให้มีการตัดอำนาจของรัฐในการดูแลประชาชนด้านบริการสาธารณะ โดยเฉพาะในการกำหนดอัตราค่าผ่านทางที่เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประชาชนในปัจจุบัน และประชาชนยังถูกปิดกั้นการคิดอัตราค่าบริการ โดยค่าผ่านทางเป็นอัตราสูงมากกว่า 40% ของรายได้ขั้นต่ำของประชาชนที่แตกต่างจากประเทศที่มีระดับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมใกล้เคียงกัน  เช่นมาเลเซียที่ประชาชนเสียค่าบริการทางด่วนเพียง 10% ของรายได้ขั้นต่ำเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า สัญญาและข้อตกลงต่างๆมีความฉ้อฉล เอาเปรียบผู้บริโภค โดยเฉพาะ ประเด็นการคืนผลตอบแทนให้รัฐในราคาที่ต่ำ เฉลี่ยวันละ 22 บาทหรือ 8,000 บาทต่อปี ในระยะสัมปทานทั้งหมด 25 ปี ขณะที่บริษัทมีรายได้เฉลี่ยต่อวัน 4.4 ล้านบาท 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน