posttoday
พท.อัดมท.1ทุจริตสารพัดโครงการ

พท.อัดมท.1ทุจริตสารพัดโครงการ

17 มีนาคม 2554

เพื่อไทย อัดชวรัตน์ทำงานล้มเหลว ทุจริตสารพัดมหาดไทย จัดซื้อที่ดิน การประปา จ.กระบี่  ด้านเจ้าตัวอ่านเอกสารแจง

เพื่อไทย อัดชวรัตน์ทำงานล้มเหลว ทุจริตสารพัดมหาดไทย จัดซื้อที่ดิน การประปา จ.กระบี่  ด้านเจ้าตัวอ่านเอกสารแจง

นายชวลิต  วิชยสุทธิ์ สส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจนายชวรัตน์ ชาญวีรกูลรมว.มหาดไทยว่า   มีพฤติกรรม ส่อว่ากระทำผิดต่อหน้าที่ ไร้ประสิทธิภาพ ไม่ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลทำให้กระทรวงมหาดไทยยุคนี้ตกต่ำที่สุด ได้แก่ 1.ล้มเหลวการบริหารบุคคล แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอย่างไร้ธรรมาภิบาล เอาเณรมาเป็นเจ้าอาวาส ทำลายวัฒนธรรมกระทรวงฯเละเทะ เช่น ตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ถึง 3 คนในปีเดียว รวมถึงตำแหน่งปลัดกระทรวง ผู้ว่าฯ รองผู้ว่าฯที่อาวุโสน้อยกว่าข้ามหัวผู้อาวุโสมากกว่า จนมีการพูดถึงการเรื่องซื้อขายตำแหน่ง และมีการทุจริตการสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กำลังพิจารณา

2.ล้มเหลวด้านการบริหารประชาชนจากโครงการบัตรประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด ซึ่งขัดแย้งกับกะทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ทำให้การออกบัตรล่าช้า และโครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์เพื่อจัดทำงานทะเบียน ที่มีการบังคับให้นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิพาณิชย์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง อนุมัติทั้งที่ไม่ถูกต้อง เพราะมีฝ่ายตรวจสอบระบุว่ามีการล็อคสเปคให้เอกชนบางราย ซึ่งคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนราษฎร มีหลักฐานเอกสารว่านายชวรัตน์ได้ลงนามรับทราบให้ความเห็นชอบการประกวดราคา

นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม อภิปรายไม่ไว้วางใจรมว.มหาดไทย ว่าเป็นรัฐมนตรีที่ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ไม่ดูแลบริหารกระทรวงมหาดไทยให้เป็นไปตามกฎหมาย ถูกต้องและเป็นธรรมแล้วยังเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อพวกพ้องมากกว่าและยังทำลายระบบคุณธรรมในกระทรวงมหาดไทย แทรกแซง แสวงหาประโยชน์ในการแต่งตั้งโยกย้าย มีการจ่ายเงินทอง ไม่ว่าจะเป็นกรณีสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ กรณีบัตรสมาร์ทการ์ด และการจัดสรรงบภัยพิบัติปี 2553 กระจุกตัวในจังหวัดโดยเฉพาะ จ.บุรีรัมย์ สุรินทร์  นอกจากบริษัทที่มีเครือญาติของรมว.มหาดไทยถือหุ้นยังได้รับสัมปทานในหลายโครงการจากรัฐ

ขณะที่นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทปราการ ได้อภิปรายถึงความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อที่ดินของการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.)ในจังหวัดกระบี่ เนื่องจากมีราคาสูงเกินจริง และมีอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง

ด้านนายชวรัตน์ ได้อ่านเอกสารชี้แจงว่า  นายชวลิตกำลังยำยี่สถานที่ที่ทำให้ได้ดี และอยากได้ดิบได้ดีด้านการเมืองใช่หรือไม่ ส่วนเรื่องโครงการคอมพิวเตอร์ที่กล่าวหาเป็นเรื่องเก่า โดยโครงการนี้เริ่มต้นครั้งแรกปี 2545 เป็นผู้อนุมัติให้กรมการปกครองดำเนินการ แต่ทำงานมา 6 ปีไม่มีคำถามจากใคร โดยในปี 2547 ถึง 2553 มีบริษัทคอนโทรลดาต้าเป็นผู้ชนะการประกวดราคา เมื่อเสร็จ 6 ปี กรมการปกครองจึงต้องดำเนินการประกวดราคาครั้งใหม่ ในเฟสที่ 2 ซึ่งบริษัทคอนโทรดาต้า ก็ชนะการประกวดราคาอีกครั้งโดยให้ราคากลางต่ำกว่าเฟสที่ 1 แต่เฟสที่ 2 มีเนื้องานมากกว่า โดยเมื่อการประกวดราคาเฟสที่ 1 ราคาแพงกว่านี้ฝ่ายค้านกลับไม่สงสัย แต่พอบริษัทเดียวกันชนะการประกวดราคา ฝ่ายค้านกลับมีปัญหา ทั้งที่เป็นบริษัทเดิม

นายชวรัตน์ กล่าวต่อว่า แต่เมื่อเกิดปัญหาตนไมได้เพิกเฉยได้ตั้งคณะกรรมการ โดยมีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ( สตง. ) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ ) เข้ามาเข้าร่วมตรวจสอบ โดยผลสอบของกระทรวงมหาดไทยพบว่าไม่มีการทำผิดกฎหมาย และนอกจากนี้ ภายหลังการประกวดราคาแล้ว ก็ต้องมีการทำสัญญากับบริษัทที่ชนะ หากไม่ทำสัญญา ก็เกรงว่าจะถูกฟ้องข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ถึงแม้กรมการปกครองทำสัญญา แต่นายกฯสั่งให้ตรวจสอบ ก็ทำตามบัญชา ตนก็สั่งให้ชะลอโครงการแล้ว และหากมีการทุจริตจริงก็ไม่มีใครพ้นน้ำมือกฎหมาย โดยเฉพาะตนด้วย หากมีทุจริตจริง บริษัทคงมาแฉหมดแล้ว และไม่กล้าไปฟ้องศาลเพราะกลัวข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน แต่ขณะนี้บริษัทได้ไปฟ้องศาล เพราะมั่นใจกับความบริสุทธิ์ เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลเลยว่าทุจริต จึงอยากให้ย้อนไปดูในช่วงของรัฐบาลเก่าของฝ่ายค้านมากกว่า

นายชวรัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการ ที่บอกมีการซื้อขายตำแหน่ง ในยุคนี้ตนยืนยันได้ว่าไม่มี คนอย่างตนไม่เคยซื้อขายตำแหน่ง ทุกตำแหน่งเป็นของข้าราชการ ตนมีอำนาจแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยตำแหน่งเดียว ตำแหน่งอื่นเป็นอำนาจปลัดกระทรวง หากไม่เชื่อให้ฝ่ายค้านนำพยานมายืนยันว่าซื้อตำแหน่ง ถ้าพิสูจน์ได้พร้อมพิสูจน์ตามกฎหมายถ้าขายตำแหน่งกิน ส่วนการโยกย้ายนายวงศักดิ์ เป็นเรื่องปลัดมหาดไทยเป็นผู้ออกคำสั่ง ตนไม่มีอำนาจ เมื่อนายวงศักดิ์ไปร้องคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ( ก.พ.ค. ) และ ก.พ.ค.ก็มีมติเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ให้ให้คืนตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง ปลัดมหาดไทยก็กำลังตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาทันที ไม่ได้มีการดึงเรื่อง และหากได้ข้อยุติก็จะส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี ( ครม. ) พิจารณา

นอกจากนี้ นายชวรัตน์ ยังชี้แจงถึงปัญหาเรื่องบัตรประชาชนแบบเอนกประสงค์ หรือ( สมาร์ทการ์ด ) ว่า กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่จัดส่งบัตรประชาชนเท่านั้นไม่ใช่เป็นผู้จัดซื้อ แต่เป็นหน้าที่ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร( ไอซีที ) แต่เมื่อกระทรวงไอซีทีจัดซื้อมากลับผิดกับกฎกระทรวงมหาดไทย ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยแล้วว่าผิดกฎกระทรวง ดังนั้นเป็นเรื่องที่กระทรวงไอซีทีซื้อผิดกฎหมาย เพราะไปชื่อนักการเมืองรายหนึ่ง บอกให้ซื้อได้เลยทั้งที่ขัดกฎหมาย แต่กลับเพิ่มรายละเอียดในบัตรสมาร์ทการ์ดจนขัดต่อกฎหมาย และกระทรวงมหาดไทยไม่สามารถออกบัตรได้ ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นถ้ากระทรวงไอซีทีจัดซื้อบัตรตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นกระทรวงมหาดไทยไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหานี้ เมื่อครม.มติให้ใช้ได้ กระทรวงมหาดไทยจึงออกกฎกระทรวงเพื่อรองรับบัตรที่ผลิตแล้วทันที

ส่วนข้อกล่าวหามีการจัดซื้อที่ดินของการประปาส่วนภูมิภาคจัดซื้อที่ดินแพงเกินราคาที่จ.กระบี่  ตนได้ตั้งกรรมการแต่งตั้งข้อเท็จจริงแล้ว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน