
ดัชนีเชื่อมั่นวูบผู้บริโภคหวั่นรับไม่พอจ่าย
น้ำมันแพงค่าครองชีพพุ่ง ทำความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.พ. หดตัวครั้งแรกใน 3 เดือน คาดชะลอยาวถึง พ.ค.
น้ำมันแพงค่าครองชีพพุ่ง ทำความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.พ. หดตัวครั้งแรกใน 3 เดือน คาดชะลอยาวถึง พ.ค.
ต่อถึงแนะรัฐตรึงดีเซลปล่อยสินค้าตามกลไก
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจประชาชน 2,235 ราย เกี่ยวกับความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยเดือน ก.พ. 2554 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวลดลงเกือบทุกรายการ โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) ลดลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน อยู่ที่ระดับ 80.9 ลดจากเดือน ม.ค. อยู่ที่ระดับ 81.5 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน 65.3 เพิ่มจาก 64.7 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต 85.6 ลดจาก 86.9
ด้านดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมเดือน ก.พ. เท่ากับ 72.2 ลดจากเดือน ม.ค. 72.6 ดัชนีความเชื่อมั่นในโอกาสการหางาน 72.6 ลดจาก 72.8 และดัชนีความเชื่อมั่นรายได้อนาคต 97.9 ลดจาก 99.2
ปัจจัยทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคตกต่ำลง เป็นผลจากความกังวลเรื่องราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น โดยน้ำมันเบนซิน 95 เพิ่มขึ้น 2.40 บาท/ลิตร จาก 44.54 อยู่ที่ 46.94 บาท/ลิตร เบนซิน 91 เพิ่มขึ้น 1.80 บาท/ลิตร จาก 39.44 เพิ่มเป็น 41.24 บาท/ลิตร ขณะที่ดีเซลอยู่ที่ 29.99 บาท/ลิตร ปัญหาค่าครองชีพและระดับราคาสินค้าแพงขึ้น รวมถึงการขาดแคลนน้ำมันปาล์ม จนเกรงว่ารายได้ปัจจุบันไม่สอดคล้องกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงปัจจัยทางการเมืองในอนาคตจากการเรียกร้องชุมนุมของกลุ่มต่างๆ และควาไม่แน่นอนต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก ที่เกิดสถานการณ์การเมืองประเทศในแถบแอฟริกาและตะวันออกกลาง
สอดคล้องกับการสำรวจดัชนีความเหมาะสมซื้อสินค้าคงทน บ้าน รถยนต์ ท่องเที่ยวและลงทุนทำธุรกิจเอสเอ็มอี ปรับตัวลดลงทุกรายการเป็นครั้งแรกรอบ 34 เดือนเช่นกัน เนื่องจากคนยังไม่มั่นใจรายได้ในอนาคต ในขณะที่ค่าครองชีพปัจจุบันเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ช่วงเวลาเหมาะสมที่จะซื้อสินค้าคงทน
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าการบริโภคจะชะลอตัวถึงเดือน พ.ค. และกลับมาฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง หากสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายลง แต่รัฐบาลควรแทรกแซงราคาน้ำมันดีเซลต่อแค่ระยะสั้น หรือถึงเดือน เม.ย. เพราะลดความตื่นตระหนกของประชาน เพราะเม็ดเงินที่แทรกแซงดีเซล 2 หมื่นล้านบาท จะช่วยลดการสูญเสียตัวเลขทางเศรษฐกิจได้ถึง 45 หมื่นล้านบาท ยังทำให้เกิดดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจ และรัฐเก็บภาษีอื่นๆได้เพิ่มขึ้น แต่หากรัฐไม่ทำปัญหาน้ำมันอาจกระทบต่อจีดีพีไทย 0.30.4% ได้
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า รวมทั้งควรปล่อยให้ราคาสินค้าเป็นไปตามกลไกตลาด คือปรับขึ้นตามภาวะต้นทุน







