posttoday
พท.จวกยับรัฐบาลแก้ปัญหาข้าวผิด

พท.จวกยับรัฐบาลแก้ปัญหาข้าวผิด

08 มีนาคม 2554

พท.จวกรัฐแก้ปัญหาข้าวผิดพลาด เหมือนเลี้ยงไข้ จี้ทบทวนประกันราคาข้าวโดยด่วน ปูด พณ.ประมูลข้าว 5 ล้านตัน เอื้อเอกชนอิงการเมืองตุนเงินไว้เลือกตั้ง เตือนจะมีปัญหาเหมือนปาล์มน้ำมัน

พท.จวกรัฐแก้ปัญหาข้าวผิดพลาด เหมือนเลี้ยงไข้ จี้ทบทวนประกันราคาข้าวโดยด่วน ปูด พณ.ประมูลข้าว 5 ล้านตัน เอื้อเอกชนอิงการเมืองตุนเงินไว้เลือกตั้ง เตือนจะมีปัญหาเหมือนปาล์มน้ำมัน

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่าตามที่คณะรัฐมนตรี( ครม.)ได้แก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาที่ออกมาประท้วงปิดถนน โดยได้ปรับขึ้นราคาประกันข้าว เป็น 11,000บาทต่อเกวียนนั้น  หลังจากที่พรรคเพื่อไทยพร้อมทีมงานด้านเศรษฐกิจลงไปรับฟังปัญหาความเดือดร้อนชาวนาในภาคกลางและภาคเหนือ ที่จ.อยุธยา พบว่าการแก้ปัญหาราคาข้าวของรัฐบาล น่าจะผิดพลาดในการมีนโยบายประกันราคาข้าว เพราะชาวนา มีต้นทุนเฉลี่ย7,500-8,000 บาท การที่รัฐบาลปรับราคาขึ้นเป็น 11,000บาท ก็เหมือนเป็นการเลี้ยงไข้มากกว่า คงไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหา และเชื่อว่าจะมีการประท้วงของชาวนาต่อไปเพราะราคาที่เพิ่มขึ้นไม่คุ้มทุน หรือเพียงพอกับต้นทุนชาวนาไปเช่าที่นา หรือทำนาอย่างแน่นอนทำให้ขาดทุนมากกว่า เพราะการแก้ปัญหาข้าว ดูเหมือนรัฐบาลจะแก้ปัญหาแล้วไปเอื้อให้นายทุน ทั้งที่ๆข้าวใหม่นาปรังจะออกซึ่งรัฐบาลต้องทบทวนการประกันราคาข้าวโดยด่วน มิฉะนั้น ชาวนาที่เดือดร้อนอาจจะออกมาปิดถนนอีกก็ทำให้ประชาชนที่สัญจรไปมาเดือดร้อนอย่างแน่นอนและคงจะกลายเป็นปัญหาเหมือนน้ำมันปาล์ม

นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า ในเรื่องการสต๊อกข้าว 5 ล้านตัน ที่รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ไปเปิดประมูลให้บริษัท ที่เป็นผู้ส่งออกข้าว 5 รายในราคาต่ำ โดยได้ระบายขายข้าวเพียง5 แสนตัน ยังเหลือ 4.5ล้านตัน ทำให้ราคาข้าวในประเทศราคาตกต่ำ ซึ่งรัฐบาลจะต้องไปดูว่ากระทรวงพาณิชย์ มีการเอื้อผลประโยชน์กับบริษัทเอกชนที่อิงกับการเมืองหรือไม่ เพราะหากรัฐบาลดำเนินการระบายขายข้าวระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล อย่างที่อินโดนีเซียก็จะทำให้ข้าวได้ราคากว่านี้ แต่ปรากฎว่าเอกชนที่ประมูลข้าวไปกลับไม่ขายเก็บไว้เพื่อรอราคาข้าวของตลาดโลกขึ้น วันนี้คนที่เก็บสต็อกข้าวไว้เป็นนักการเมืองซักรัฐบาลเพื่อหวังใช้ในการเลือกตั้งสมัยหน้า


แฉสินค้าอุปโภคบริโภคแพงขึ้นพรวด จับตาสิ้นเดือนมีนาคม จะปรับราคาขึ้นอีก

นายวิม รุ่งวัฒนจินดา  กล่าวอีกว่าส่วนปัญหาสินค้าราคาแพง โดยเฉพาะล่าสุดราคาน้ำมันปาล์มฝาสีชมพูที่บอกว่ากระจายไปทั่วก็ยังขาดตลาดแล้วพบว่าสินค้าทั่วไปกลับมีราคาแพงขึ้น และกำลังจะเข้าสู่การขาดแคลนเหมือนน้ำมันปาล์ม รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์จะเพิ่มอีก1ล้านขวด ปรากฎว่ายังไม่มีฝาสีชมพูออกมาจำหน่ายให้เพียงพอ กลับยังมีการจำกัดจำนวน สวนทางกับที่รัฐบาล กับกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าจะมีการจำน่ายเพียงพอ อย่าตื่นตระหนก ซึ่งเป็นเพียงการสร้างภาพ แล้วยังมีน้ำมันปาล์มฝาสีฟ้าออกมาจำหน่ายในราคาที่สูงกว่าที่รัฐบาลกำหนดอีก โดยหน้าร้านไม่มีจำหน่ายแต่หลังร้านกลับขายในราคาที่สูงกว่า

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีสินค้าอีกหลายรายการได้ปรับราคาตัวสูงขึ้นร้อยละ15 ถึง 20 อาทิ ข้าวราดแกง ขึ้นเป็นจานละ 30 - 40 บาท ถ้าเพิ่มไข่ต้ม หรือไข่เจียว ก๊วยเตี๋ยว ปรับขึ้น 30-35บาท ปลากระป๋อง(ตราสามแม่ครัว)ปรับขึ้นจาก 14เป็น 16 บาท  ซีอิ้วขาวตราเด็กสมบูรณ์ ข้าวสารหอมมะลิดปรับขึ้น 198 บาทเป็น 210 บาท น้ำปลา ขึ้นจาก 20 เป็น 25 บาท  กระทิกล่องปรับขึ้นจาก 30 เป็น กิโลกรัม 60-70 บาท มะขามเปียกไม่แกะเม็ดจาก30 บาทเป็น กิโลกรัมละ 80-100บาท รวมราคาน้ำตาลทราย ขึ้นจาก23.50 บาทขยับขึ้นเป็น 26-28 บาท

"สินค้าที่ปรับราคาขึ้น ยังไม่รวมผลกระทบราคน้ำมันที่ปรับราคาสูงขึ้น ทราบว่าผู้ประกอบการสินค้ารายใหญ่ได้ทำหนังสือขอให้ปรับราคาสินค้า ไปยัง รมว.พาณิชย์ คาดว่าจะให้ผู้ประกอบการมีการปรับราคาในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ จะทำให้ราคาสินอุปโภคบริโภคจะมีการปรับราคาขึ้นอีกประมาณร้อยละ 20 "นายวิม ย้ำ

นอกจากนี้ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า การที่รัฐบาล ดีเอสไอ ตำรวจ ไปตรวจสอบและมีการจับกุมซึ่งได้เพียงแค่พวกปลาซิวปลาสร้อย แต่ปล่อยให้ ส.พ.อ.ยังหากิน เป็นเพียงขบวนการ ส. พ. อ. และกินกันจนอ้วน นอกจากนี้ ให้จับตาหลังจากที่จะมีการขึ้นเงินเดือนของข้าราชการในเดือนเมษายน คาดว่าราคาสินค้าจะปรับราคาขึ้นอีก ถึงเวลานั้นประชาชนทั่วไปราหญ้าจะได้รับผลกระทบอีกมากมาย

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน