
ปิดตายทำเนียบหวั่นม็อบบุก
เจ้าหน้าที่เข้ม! วางกำลังปิดกั้นทางเข้า-ออก รอบทำเนียบรัฐบาล หวั่นม็อบบุก
เจ้าหน้าที่เข้ม! วางกำลังปิดกั้นทางเข้า-ออก รอบทำเนียบรัฐบาล หวั่นม็อบบุก
(เวลา 09.30 น.) บรรยากาศการรักษาความปลอดภัยที่ทำเนียบรัฐบาล ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปอย่างเข้มงวด บริเวณเชิงสะพานข้ามคลองผดุงกรุงเกษม บนถนนนครสวรรค์ ตัดกับถนนลูกหลวง โดยมีการนำรั้วลวดหนามมาขึงกั้น 2 ชั้น ซ้อนด้วยแผงเหล็กแล้วปิดท้ายด้วยรถบรรทุกผู้ต้องหาจำนวน 4 คัน ทำให้ข้าราชการที่ทำงานอยู่ในทำเนียบรัฐบาล และชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงไม่สามารถเข้าหรือออก
ด้าน บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ได้มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดกั้นทางเข้า-ออกทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการรุกคืบขอคืนพื้นที่จากกลุ่มเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ เมื่อเช้ามืดวันที่ 7 มี.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากหวั่นเกรงว่ากลุ่มของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือกลุ่มพีมูฟ กว่า 1,000 คนเคลื่อนขบวนจากลานพระบรมรูปทรงม้า มาที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ เพื่อรอฟังผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่จะนำข้อมูลจากนักวิชาการเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงการเปิดเขื่อนปากมูล ในหลายประเด็น อาทิ 1.ให้ทดลองเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลเป็นเวลา 5 ปี และให้มีคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อศึกษาการฟื้นตัวของระบบนิเวศและวิถีชีวิตชุมชน
รวมทั้งผลกระทบจากการเปิดประตูเขื่อนปากมูล 2.ให้ยกเลิกมติครม.วันที่ 12 มิ.ย.2550 และเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2550 เกี่ยวกับการเปิดปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลรวมทั้งมติครม.คำสั่ง หรือประกาศอื่นใด ที่ขัดหรือแย้งกับแนวทางแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ ขปส. และ 3. ให้เยียวยาตามหลักมนุษยธรรมให้แก่ผู้มีอาชีพประมงที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนปากมูลรายละ 310,000 บาท โดยให้ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 งบกลางและให้มีคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อตรวจสอบรายชื่อตามที่ ขปส.เสนอ







