
โพลอยากเห็นเฉลิมนำศึกซักฟอก
โพลสวนดุสิตเผยประชาชนอยากให้เฉลิมนำอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เรื่องมาตราการควบคุมดูแลสินค้ามากที่สุด หากรัฐบาลชี้แจงไม่ได้อาจมีผลต่อการเลือกตั้งเที่ยวหน้า
โพลสวนดุสิตเผยประชาชนอยากให้เฉลิมนำอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เรื่องมาตราการควบคุมดูแลสินค้ามากที่สุด หากรัฐบาลชี้แจงไม่ได้อาจมีผลต่อการเลือกตั้งเที่ยวหน้า
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความเห็นจากประชาชนทั่วประเทศที่มีต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พบว่า เรื่องการดูแลควบคุมราคาสินค้า เช่น น้ำมัน น้ำมันพืช ไข่ไก่ น้ำตาล ฯลฯ ที่ประชาชนอยากให้มีการอภิปรายมากที่สุด ผลสำรวจ 23.04% รองลงมาเป็นเรื่องการทุจริต คอรัปชั่น 21.67% การบริหารประเทศโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชน 19.86% การจัดการปัญหา/การดำเนินคดี /การสลายการชุมนุมของม๊อบกลุ่มต่างๆ 18.73% และเรื่องยาเสพติด /อบายมุข /ผู้มีอิทธิพล 16.70%
ทั้งนี้ประชาชนเห็นด้วยที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล 56.87% เพราะ เปิดโอกาสให้รัฐบาลได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆให้ประชาชนได้รับรู้และเข้าใจมากขึ้น ,รัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศตามที่ประกาศไว้ได้ ,มีการทุจริต คอรัปชั่นกันมาก ฯลฯ
ขณะเดียวกันอยากเห็น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นผู้นำในการอภิปราย จากผลสำรวจ 51.44% รองลงมา เป็นนายจตุพร พรหมพันธ์ 26.09% และ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ 22.47%
ประชาชนคิดว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มีผลต่อรัฐบาลจะทำให้รัฐบาลได้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบ (42.11% ) แต่ก็อาจทำให้สถานการณ์ยิ่งบานปลายมากขึ้น (37.02%) และหากรัฐบาลไม่สามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้ ก็จะส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้า และเห็นว่าการอภิปรายที่กำลังจะมีขึ้นจะไม่มีผลให้มีการยุบสภา (47.83%) เพราะ รัฐบาลน่าจะมีการเตรียมตัว เตรียมข้อมูลมาอย่างดี /มีเสียงข้างมากอยู่แล้ว ฯลฯ และบางส่วน(36.23%) ไม่แน่ใจ เพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ,ต้องประเมินจากการอภิปรายครั้งนี้ก่อน ฯลฯ
ขณะที่ บางส่วน(15.94%)เห็นว่ามีผล เพราะ สถานการณ์ทางการเมืองอาจบานปลายหรือแย่ลงกว่าเดิม ทำให้รัฐบาลต้องตัดสินใจยุบสภาก่อน ฯลฯ
อย่างไรก็ดี ประชาชนส่วนใหญ่(44.92%)คิดว่าการประท้วงของกลุ่มเสื้อแดงและเสื้อสีต่างๆจะมีผลต่อการยุบสภา ไม่ค่อยมีผล เพราะจากการประท้วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าไม่สามารถทำอะไรรัฐบาลได้ ฯลฯ
จากกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะมีขึ้นเร็วๆนี้ โดยเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสุดท้ายก่อนที่จะไปสู้ศึกกันในสนามเลือกตั้งว่าใครจะได้เป็นรัฐบาลต่อไป







