
มาร์คชี้ความรุนแรงทำประชาธิปไตยอ่อนแอ
นายกรัฐมนตรี อยากให้ผู้นำรุ่นใหม่ "ซื่อสัตย์-สุจริต" ชี้ ประชาธิปไตยไทยอ่อนแอลง เพราะมีพวกนิยมความรุนแรง
นายกรัฐมนตรี อยากให้ผู้นำรุ่นใหม่ "ซื่อสัตย์-สุจริต" ชี้ ประชาธิปไตยไทยอ่อนแอลง เพราะมีพวกนิยมความรุนแรง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในการปาฐกถานำในหัวข้อ "ผู้นำยุคใหม่กับการสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืน" จัดโดยสถาบันพระปกเกล้า โดยมีนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเข้าร่วมรับฟังการบรรยายในครั้งนี้ ซึ่งสรุปสาระสำคัญดังนี้
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระแสการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยเป็นกระแสหลัก และเป็นกระแสที่ไม่ย้อนกลับ ซึ่งจะเห็นได้จากประเทศในโลกได้มีการเปลี่ยนระบบการปกครองไปสู่ระบบประชาธิปไตยมากขึ้น และได้รับการยอมรับ นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มมากขึ้นในหลายประเทศ เช่น ตะวันออกกลาง ผู้นำซึ่งครองอำนาจมากกว่า 30 ปี ก็ยังถูกเรียกร้องประชาธิปไตยและกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากคนรุ่นใหม่ในประเทศนั้นต้องการที่จะเห็นระบบการเมืองที่มีการมีส่วนร่วมของประชาชนมากยิ่งขึ้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประชาธิปไตยของไทยได้มีการพัฒนามาโดยตลอด ตั้งแต่ 15 ตุลาคม 2516 และลงรากลึกมากยิ่งขึ้น หลังจากที่เรามีรัฐธรรมนูญ 2521 หลังจากนั้นแม้จะมีการทำรัฐประหาร เช่น ในปี 2534 และ 2549 ผู้กระทำการรัฐประหารก็ยังต้องเร่งคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชน ส่วนจะสร้างบาดแผลไว้กับสังคมหรือระบบการเมือง ความขัดแย้งส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากการรัฐประหารหรือเหตุการณ์ก่อนการรัฐประหารผสมผสานกันไป แล้วแต่มุมมองของคน
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ผู้นำยุคใหม่กับการทำให้ประชาธิปไตยยั่งยืนหมายถึง ทำอย่างไรให้การพัฒนาประชาธิปไตยของไทยมีลักษณะต่อเนื่อง มีความราบรื่นและยอมรับความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้น เพราะ การเมือง การปกครอง หรืออาชีพนักการเมืองก็เหมือนกับวงการอื่นๆ ที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง มีการปรับปรุง มีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งต้องการที่จะเห็นผู้นำรุ่นใหม่ยุคใหม่สามารถที่จะนำระบบการเมืองของไทยให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน พร้อมกล่าวว่า คนแต่ละรุ่นมีความเป็นตัวของตัวเองอยู่ และ คงเป็นธรรมชาติเหมือนกันว่าอยากจะมีความเปลี่ยนแปลงและมีความแตกต่างจากคนรุ่นก่อนๆ อีกด้วย
"ตนยังจำคำพูดของนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีที่บอกว่า ถ้าคนรุ่นใหม่ไม่ดีกว่าคนรุ่นเก่า บ้านเมืองไม่มีทางพัฒนา เพราะว่าถ้าคนรุ่นใหม่เก่งน้อยกว่าคนรุ่นเก่า ดีน้อยกว่าคนรุ่นเก่าบ้านเมืองก็ก้าวหน้าไม่ได้ เพราะฉะนั้นยังไงเราก็ต้องคาดหวัง และต้องพยายามทำให้คนรุ่นใหม่ทั้งดีและเก่งกว่าคนรุ่นเก่า" นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งที่เราต้องคาดหวังกับผู้นำรุ่นใหม่ในอนาคตคือ ความรู้ ความเข้าใจในการเชื่อมโยงของธรรมชาติ ของเศรษฐกิจ การเมืองโลกที่เข้ามามีอิทธิพลต่อการเมืองในประเทศมากขึ้น และประชาคมอาเซียนที่จะมีขึ้นอีก 4 ปีกว่าๆ นั้นไม่ใช่เฉพาะการรวมตัวทางเศรษฐกิจ แต่ยังพูดถึงสังคม วัฒนธรรม ความมั่นคง การเมือง ดังนั้น ผู้นำรุ่นใหม่จะต้องเปิดโลกทัศน์ให้กว้างและใฝ่รู้ ค้นคว้าเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เพราะความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้ง ยังต้องมีทักษะในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอีกด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าเราอยากมีผู้นำรุ่นใหม่ทำประชาธิปไตยให้ยั่งยืนสิ่งสำคัญคือ คนที่มาเป็นผู้นำต้องมีคุณลักษณะและปฏิบัติตนสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงและความคาดหวังของสังคม ซึ่งเป็นหลักของประชาธิปไตยและเป็นระบบการเมืองที่ตอบสนองความต้องการของสังคมและประชาชน อีกทั้ง ผู้นำรุ่นใหม่ต้องทำความเข้าใจกับกระแสหลักต่างๆ อาทิ ปัญหาสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน ความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของประชาชน ฯลฯ ซึ่งจะต้องมีทักษะที่สอดคล้องกับการขับเคลื่อนเรื่องเหล่านี้ พร้อมทั้ง อยากเห็นคนรุ่นใหม่มีความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันสังคมมองว่า การทุจริตที่มีมากขึ้น เป็นเรื่องความชินชา และการยอมรับของสังคมมากขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าวิตกและอันตรายอย่างมาก
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้ประชาธิปไตยไทยอ่อนแอคือ มีคนบางกลุ่มนิยมใช้ความรุนแรงมากขึ้น หรือเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความคิดสุดโต่ง กลุ่มบุคคลเหล่านี้มีจำนวนไม่มาก แต่สามารถกำหนดประเด็น และทิศทางของสังคมได้มาก ดังนั้น จึงควรจะทำอย่างไรที่จะให้คนส่วนใหญ่ที่ไม่ยอมรับความรุนแรง มีโอกาสเข้ามากำหนดทิศทาง และนำพาสังคมให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง







