
ลดระบายน้ำ5เขื่อนรับภัยแล้ง
กรมชลประทานสั่งลดการระบายน้ำจากเขื่อน 5 แห่ง สำรองน้ำรับมือฝนทิ้งช่วง ย้ำไม่ปล่อยน้ำทำนาปรังนอกพื้นที่เป้าหมาย
กรมชลประทานสั่งลดการระบายน้ำจากเขื่อน 5 แห่ง สำรองน้ำรับมือฝนทิ้งช่วง ย้ำไม่ปล่อยน้ำทำนาปรังนอกพื้นที่เป้าหมาย
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้ง โดยสั่งการให้ลดการระบายน้ำออกจากเขื่อนขนาดใหญ่ 5 แห่งเพื่อรักษาระบบนิเวศและสำหรับการผลิตไฟฟ้า วันละไม่เกิน 50 ล้าน ลบ.ม.
เขื่อนขนาดใหญ่ที่ถูกสั่งให้ลดการระบายน้ำประกอบด้วย เขื่อนภูมิพล เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนอุบลรัตน์ จากเดิมทีที่แต่ละเขื่อนปล่อยน้ำวันละ 60 กว่าล้าน ลบ.ม. เพื่อประหยัดน้ำและเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับอุปโภคบริโภค และการเกษตร สำหรับเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ให้มีการระบายน้ำรวมเหลือเพียงวันละ 55 ล้าน ลบ.ม.
นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งว่า ขณะนี้มีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบประมาณ 1 แสนกว่าไร่ใน 26 จังหวัดที่ประสบภัยแล้งแล้ว
“หลังจากนักวิชาการหลายค่ายเตือนว่า มีโอกาสเกิดฝนทิ้งช่วงในเดือน ส.ค.ก.ย. ซ้ำรอยกับปี 2553 ค่อนข้างแน่นอน จึงต้องปรับแผนการระบายน้ำเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้จริง” นายชลิต กล่าว
อธิบดีกรมชลประทาน ยืนยันด้วยว่า จะไม่มีการปล่อยน้ำให้กับพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวนาปรังเกินเป้าหมายอย่างเด็ดขาด และได้แจ้งเตือนเกษตรกรล่วงหน้าว่า ฤดูฝนปีนี้ให้ขุดสระน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ด้วย เพราะจากนี้ไปต้องเก็บน้ำสำรองในเขื่อนไว้ หลังจากปีที่แล้วมีการปล่อยน้ำจนเหลือระดับที่ต่ำจนวิกฤต
สำหรับภัยแล้งซึ่งคุกคามภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปัจจุบันได้ขยายวงกว้าง ประชาชนและสัตว์เลี้ยงได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากแม่น้ำเมย แม่น้ำน่าน และแม่น้ำโขงเริ่มแห้งขอด ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือได้ส่งเครื่องบินขึ้นทำฝนหลวงแล้ว







