
เสื้อแดง-เพื่อไทย...ต้องไปด้วยกัน
สัมภาษณ์พิเศษ ก่อแก้ว พิกุลทอง 1 ใน 7 แกนนำเสื้อแดงที่ได้รับการปล่อยตัวกับบรรยากาศในคุก9เดือนและทิศทางข้างหน้ากับการลงสมัครสส.ปาร์ตี้ลิสต์
สัมภาษณ์พิเศษ ก่อแก้ว พิกุลทอง 1 ใน 7 แกนนำเสื้อแดงที่ได้รับการปล่อยตัวกับบรรยากาศในคุก9เดือนและทิศทางข้างหน้ากับการลงสมัครสส.ปาร์ตี้ลิสต์
โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ
“ก่อแก้ว พิกุลทอง” 1 ใน 7 แกนนำเสื้อแดงที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากศาลอาญา เปิดใจกับ “โพสต์ทูเดย์” ถึงเหตุผลในการลงสมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคเพื่อไทย และบรรยากาศในคุก 9 เดือน
เหตุผลของการลงสมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคเพื่อไทย
ขณะที่อยู่ในเรือนจำเรามองเห็นว่า การที่เราต้องไปอยู่ในคุกทำให้มีปัญหาในการต่อสู้เพื่อตีแผ่ข้อเท็จจริงให้กับสังคม ทีนี้เราดูตัวอย่างจากคุณจตุพร พรหมพันธุ์ และคุณการุณ โหสกุล สส.พรรคเพื่อไทย ที่สามารถใช้เอกสิทธิ์ความเป็น สส. และไม่ถูกคุมขัง ทำให้มีโอกาสในการตีแผ่ความจริง จึงมีความคิดกันว่าแกนนำน่าที่จะไปเคลื่อนไหวในสภาเพื่อต่อสู้ในสิ่งที่เราต้องการ คือเพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริง ถ้าเกิดกลไกในสภาไม่ทำงานเราก็มาขับเคลื่อนข้างนอกควบคู่กันไป
สำหรับผมน่าจะลงปาร์ตี้ลิสต์ เพราะผมเป็นแกนนำเสื้อแดง การลงปาร์ตี้ลิสต์ผมจะมีโอกาสที่จะปราศรัยในหลายๆ พื้นที่เพื่อเชิญชวนให้พี่น้องเสื้อแดงสนับสนุนพรรคเพื่อไทย แต่ถ้าลง สส.เขต ก็ไม่สามารถไปปราศรัยนอกพื้นที่ได้ จะเป็นการเสียโอกาส ผมมองว่าแกนนำหลายๆ ท่านควรทำเช่นเดียวกัน เราจะได้แบ่งกันออกไปหลายๆ จังหวัด ซึ่งเราได้คุยกันในเรือนจำกันแล้วว่าเราน่าจะลงปาร์ตี้ลิสต์ นั่นคือ มุมมองของเรา แต่มุมมองของพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้มีการคุยให้ชัดเจน
ผมเชื่อว่าเวลานี้พรรคเพื่อไทยคงจะเห็นความสำคัญของคนเสื้อแดงว่า ถ้าไม่มีเสื้อแดง พรรคเพื่อไทยอาจจะประสบปัญหา ถูกยุบพรรคซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะการต่อสู้ในสภาเป็นการต่อสู้ในระบอบประชาธิปไตย และเวลาพูดอะไรมันจะมีน้ำหนักของการรับรู้ของต่างประเทศ ถ้าเราไปอยู่ตรงนั้นจะได้ประโยชน์ตรงที่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ก็ถือเป็นผลพลอยได้มากกว่า
ที่บอกว่าแกนนำทุกคนจะลงปาร์ตี้ลิสต์ ได้มีการคุย กับ "หมอเหวง" อย่างไร เพราะทราบมาว่าไม่ต้องการจะลง สส.
ตอนแรกหมอเหวง (นพ.เหวง โตจิราการ) ไม่ค่อยอยากมา แต่เราได้อธิบายให้ทราบถึงเหตุผลและให้ท่านสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย สุดท้ายหมอเหวงก็คล้อยตาม ณ วันนี้หมอเหวงก็น่าจะตัดสินใจลงปาร์ตี้ลิสต์แล้ว จะมีแต่นายสมชาย ไพบูลย์ ที่จะลงเลือกตั้ง สส.เขต ส่วนพี่นิสิต สินธุไพร นั้นถูกตัดสิทธิทางการเมืองอยู่
มีการพูดว่าการได้ประกันตัวเกิดจากอำนาจนำใน สังคมตกลงกันเอง
การปล่อยตัวครั้งนี้แนวคิดไม่ได้มาจากรัฐบาล เพราะแนวคิดของรัฐบาลคืออยากจะปล่อยผมกับหมอเหวง เพราะไม่มีแนวคิดรุนแรง และเก็บอีก 5 คนไว้ คือรัฐบาลเขากลัว เพราะณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นเหมือนแม่เหล็ก และเป็นขวัญใจคนจำนวนมาก รัฐบาลจึงพยายามดึงให้นานที่สุด แต่ศาลคงมองว่าถ้าเก็บที่เหลือไว้ก็ตอบสังคมลำบาก เพราะจะเกิดการเปรียบเทียบของนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ส่วนจะมีอิทธิพลของใครมาเหนือศาลผมตอบไม่ได้ เพราะไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่เชื่อว่าไม่ใช่เพราะรัฐบาลแน่นอน
บรรยากาศการปรองดองในมุมมองของแกนนำเป็น อย่างไร
พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ท่านเคยโดนข้อหาเหมือนพวกผม ท่านรับรู้ถึงความเจ็บปวดและเห็นว่าบ้านเมืองเดินไปไม่ได้ในสภาพอย่างนี้ ท่านก็เสนอว่าให้ทุกฝ่ายปรองดองกันเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าได้ เสธ.หนั่น ท่านเองมีความจริงใจ แต่ปัญหาคือท่านไม่มีอำนาจ แต่ถ้าอาศัยแรงของ เสธ.หนั่น อย่างเดียวอาจไม่สำเร็จ ผมมองว่ากลไกสำคัญอยู่ที่ตัวของนายกรัฐมนตรี ถ้ามีความตั้งใจที่จะปรองดองจริงๆ ก็จะช่วยได้ แต่นายกฯ ไม่จริงใจในเรื่องนี้ รัฐบาลต้องกล้าที่จะนำตัวเองเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วย
ทิศทางการชุมนุมของ นปช.จะเป็นอย่างไรจากนี้
วันนี้คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดเองว่าจะยุบสภา ซึ่งเราต้องให้เกียรติเขาเหมือนกัน ซึ่งฟังจากคำพูดคุณอภิสิทธิ์ และคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็เชื่อว่าน่าจะยุบสภาในกลางปีนี้ จึงไม่มีเหตุผลในการขับเคลื่อนให้เขายุบสภา แต่เรามีภารกิจอื่นที่เร่งด่วน คือเรียกร้องให้มีการชดเชยความเสียหายกับผู้สูญเสีย จริงเราอยากเรียกร้องความยุติธรรมโดยให้มีการประกันตัวคนเสื้อแดงทั้งหมด ให้มาต่อสู้คดีได้
ส่วนประเด็นการให้รัฐบาล ผู้ที่ออกคำสั่งสลายฝูงชนแล้วก่อให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมากเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตรงนี้ยังรอได้อยู่ ไม่ได้เร่งด่วนขั้นว่าต้องวันนี้ พรุ่งนี้ เพราะตำรวจ หรือดีเอสไอ ก็อยู่ภายใต้อำนาจของรัฐบาล เขาก็คงไม่กล้าที่จะรวบรวมหลักฐานมัดตัวได้อย่างเต็มที่ ต้องรอให้ทั้งสองคนนี้หมดอำนาจไปก่อน แล้วให้รัฐบาลใหม่ที่เป็นรัฐบาลไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับคดีมาดูแลจะดีกว่า
การใช้ชีวิตในเรือนจำ เป็นอย่างไร
ในเรือนจำพิเศษจำกรุงเทพฯ จะมี 8 แดน เวลาที่มีคดีใหญ่และมีผู้ต้องหาหลายคน จะมีการแบ่งผู้ต้องหาไปตามแดนต่างๆ ซึ่งพวกผมกระจายไป 4 แดน ผมอยู่แดนเดียวกับพี่ขวัญชัย ไพรพนา คุณณัฐวุฒิ ไปอีกแดนหนึ่ง คุณเจ๋ง ดอกจิก และคุณนิสิต ก็ไปอีกแดนหนึ่ง คุณวิภูแถลง พัฒนภูมิไท หมอเหวง และคุณสมชาย ก็ไปอีกแดนหนึ่ง จะมีโอกาสได้เจอกันก็ตอนเยี่ยมญาติ
ความเป็นอยู่ก็เหมือนนักโทษทั่วไป ไม่ได้มีอภิสิทธิ์ใดๆ ผมอยู่แดน 8 ก็ลำบากในความเป็นส่วนตัว มีนักโทษกว่า 1,000 คน เพราะเรือนจำนี้มีนักโทษทั้งหมด 4,000 คน เราถูกขังรวมกับนักโทษทั่วไป มีทั้งคดียาเสพติด ลักทรัพย์ คดีฆ่า หรือฉ้อโกง เราก็ต้องไปอยู่ปนๆ กับเขา นอนห้องเดียวกัน ในเวลานั้นต้องอย่าลืมว่าส่วนใหญ่เป็นนักโทษที่เข้าหลายรอบ แล้วมีการแทงกันบ่อยมาก และเรื่องที่ทะเลาะก็อย่างเช่น บุหรี่ซองเดียว เขาก็จะทะเลาะและแทงกันแล้ว อาวุธที่เขามีจะไปเอามาจากแท่งเหล็กไว้ทำรั้วที่ให้ก่อสร้างมาเหลาให้แหลมๆ ถึงเวลาก็ยกพวกตีกันแล้วก็แทง ในวันหนึ่งๆ ก็หลายรอบ
โดยเฉพาะวันที่พวกผมได้รับการประกันตัว มี 2 กลุ่มใหญ่ตีกันถึง 3 รอบในวันนั้น สุดท้ายต้องระดมผู้คุมประมาณ 1,000 คนเข้าควบคุมเหตุ ซึ่งการที่เราอยู่ในอาการอย่างนี้ก็อันตราย เพราะเราไม่รู้ว่าเขาทะเลาะกันเพื่อสร้างสถานการณ์เพื่อดึงความสนใจผู้คุม แล้วแอบทำร้ายคนอื่นๆ หรือไม่







