
ตร.ขอคืนพื้นที่เปิดจราจรราชดำเนิน
จักรทิพย์ควงวิชัย นำกำลังตำรวจ 750 นายขอคืนพื้นที่จากพันธมิตรฯ พร้อมเปิดการจราจรราชดำเนินนอกได้แล้ว 2 ช่องทางรวมทั้งคู่ขนานหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ผู้ชุมนุมให้ความร่วมมือดีไม่มีปะทะ
จักรทิพย์ควงวิชัย นำกำลังตำรวจ 750 นายขอคืนพื้นที่จากพันธมิตรฯ พร้อมเปิดการจราจรราชดำเนินนอกได้แล้ว 2 ช่องทางรวมทั้งคู่ขนานหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ผู้ชุมนุมให้ความร่วมมือดีไม่มีปะทะ
เมื่อเวลา 05.30 น.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) นำกำลังตำรวจนครบาล ชุดปฏิบัติการ "ปะฉะดะ" ตำรวจ 191 กองร้อยควบคุมฝูงชน และตำรวจ ตชด. 750 นายเข้ารื้อเต้นท์และป้ายชุมนุมต่างๆ ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)เปิดเส้นทางจราจรถนนราชดำเนินนอก เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ แยกสวนมิสกวัน และหน้าทำเนียบรัฐบาลจำนวน 2 ช่องทางให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ หลังจากประเมินสถานการณ์แล้วว่าผู้ชุมนุมมีน้อยและมีปริมาณลดลงพร้อมตรวจค้นอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่การชุมนุมโดยมีการประกาศแจ้งเตือนไว้ก่อนหน้านี้นี้แล้ว ซึ่งขณะเข้าตรวจค้นนั้นผู้ชุมนุมต่างก็แตกตื่นตกใจแต่เมื่อได้รับการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่แล้วทั้งหมดก็ให้ความร่วมมือดี
พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชี้แจงว่า การขอคืนพื้นที่การจราจรดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามหน้าที่เพื่อให้การจราจรสามารถคลี่คลายไปได้ซึ่งการดำเนินการนั้นก็เรียบร้อยดี ขณะที่มีการรื้อเต็นท์การชุมนุมนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนางแก้วตา รวยราบ อายุ 46 ปีพร้อมด้วยนายสมโชติ พิกุลทอง อายุ 47 ปีของกลางอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนรวม 5 นัด ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสองขับรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีขาว หมายเลขทะเบียน ฎจ 4415 กทม.ออกมาจาก ถนนราชดำเนินนอก มุ่งหน้าแยกลานพระบรมรูปทรงม้า พบของกลางดังกล่าวภายในรถ
พล.ต.ท.จักรทิพย์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนนางแก้วตา ให้การว่า มารับนายสมโชติซึ่งคบหากันเป็นแฟนที่บริเวณพื้นที่ชุมนุม ส่วนอาวุธปืนและกระสุนปืนที่พบนั้น ได้เก็บไว้ภายในรถยนต์มานานแล้ว มีไว้ป้องกันตัว เพราะเดินทางออกต่างจังหวัดบ่อย เบื้องต้นตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ จึงควบคุมตัวไว้สอบปากคำ และแจ้งข้อหามีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในทางถนน หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต
พล.ต.ต.วิชัย กล่าวถึงการขอคืนพื้นที่การจราจรว่า ตำรวจมีความจำเป็นที่จะต้องเปิดเส้นทางการจราจร ถนนราชดำเนินนอก ด้านคู่ขนาน ฝั่งกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่สะพานมัฆวานรังสรรค์ จนถึงแยกมิกสักวัน เพื่อผ่านคลายความแออัด และความคับคั่งการจราจร เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางจราจรให้ได้ปกติ ซึ่งการปฏิติหน้าที่ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีการปะทะกันแต่อย่างใดผู้ชุมนุมก็เข้าใจดี โดยที่ พล.ต.จำลอง ได้ชี้แจงให้ผู้ชุมชนทราบพร้อมกับให้ร้องเพลงปลุกใจขณะที่ตำรวจกำลังทำหน้าที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการขอพื้นที่คืนได้เปิดการจราจรในเวลา 06.30 น.จนถึงขณะการจราจรถนนคู่ขนานคล่องตัวดีบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ด้านหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ถึงแยกสวนมิกสักวัน 2 ช่องทางซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้เครื่องขยายเสียงชี้แจงการทำงานและไม่ได้ใช้อาวุธในการเข้าขอคืนพื้นที่แต่อย่างใด
ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า การขอคืนพื้นที่ใช้เวลาเพียง 30 นาทีและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เนื่องจาก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำ พธม.รวมถึงกลุ่มผู้ชุมนุมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้ไม่มีเหตุปะทะใดๆ
ส่วนเครื่องใช้ของผู้ชุมนุมก็ได้มีการขนมาไว้บนทางเท้า เหลือเพียงถังปฏิกูลเท่านั้นที่ยังกีดขวางการจราจร จึงได้แจ้งให้แกนนำให้เคลื่อนย้ายออก ทั้งนี้จะมีการประสานให้ กทม. นำรถสุขาเคลื่อนที่มาให้บริการแทน
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ศอ.รส.ได้กำชับให้ตำรวจเน้นการเจรจาเป็นหลักในการเปิดการจราจรเส้นทางอื่นๆ โดยเฉพาะ ถ.พิษณุโลกและ ถ.ราชดำเนินนอก ช่องคู่ขนาน ฝั่งทำเนียบรัฐบาล เพื่อจะให้ผู้ใช้รถสามารถสัญจรได้สะดวกยิ่งขึ้น ทั้งนี้จะมีการผ่อนคลายกำลังเจ้าหน้าที่เป็นบางส่วน ดูแลในส่วนที่จำเป็นเท่านั้น ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะยังคงประจำในจุดดังกล่าวตลอด 24 ชม.
นอกจากนี้ได้รับแจ้งว่ากระทรวงศึกษาธิการจะเปิดประตูใหญ่ฝั่งติด ถ.ราชดำเนินนอก ให้ข้าราชการเข้า-ออกได้ตามปกติ ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าฝั่งสนามเสือป่า เบื้องต้นทราบว่าหากกลุ่มผู้ชุมนุมเจรจากับรัฐบาลเป็นผล จะมีการแยกย้ายกลับและสามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติ







