
ผบ.ตร.ระบุเชื่อ1-2วันรู้ผลเจรจาเปิดราชดำเนิน
วิเชียรเผย 1-2 วันนี้จะทราบผลการเจรจาเปิดช่องทางจราจร ถ.ราชดำเนิน หลังสั่งให้ พล.ต.ท.จักรทิพย์เร่งเจรจาผู้ชุมนุม เผยหากจำเป็นก็อาจต้องใช้กำลัง
วิเชียรเผย 1-2 วันนี้จะทราบผลการเจรจาเปิดช่องทางจราจร ถ.ราชดำเนิน หลังสั่งให้ พล.ต.ท.จักรทิพย์เร่งเจรจาผู้ชุมนุม เผยหากจำเป็นก็อาจต้องใช้กำลัง
พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยและเปิดช่องจราจรบริเวณ ถ.ราชดำเนิน ว่า ได้ให้นโยบายกองกำลังไปแล้วว่า จำเป็นต้องเปิดผิวจราจรเพื่อให้ผ่านได้ ซึ่งเรื่องนี้พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ พิจารณาดูว่าจะเปิดผิวการจราจรด้านคู่ขนานทำเนียบรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นด้านถ.ราชดำเนิน หน้ากระทรวงศึกษาธิการ หรือ ถ.พิษณุโลก ทั้งนี้ต้องพยายามเปิดให้ได้ ส่วนจะเปิดได้เมื่อใดก็แล้วแต่ ผู้บัญชาการเหตุการณ์ ซึ่งได้เน้นไปว่าให้พยายามให้เร็วที่สุด
ทั้งนี้ถนนบางสายที่ผู้ชุมนุมไม่ได้ใช้ถนนหรือใช้พื้นที่ก็ควรที่จะเปิดให้ประชาชนสามารถใช้ช่องทางได้ โดยเฉพาะเส้นถ. ราชดำเนิน ดังนั้นการไปเจรจาด้วยวิธีใดนั้นได้ให้นโยบายไปหมดแล้ว ซึ่งผู้บัญชาการกองกำลังจะแจ้งให้ทราบภายใน 1 - 2 วันนี้
เมื่อถามว่า ยังไม่ถึงขั้นใช้กำลังใช่หรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียร ตอบว่า ถ้าจำเป็นก็อาจจะต้องใช้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเองจะบ่นว่าเหนื่อยหรือเบื่อคงไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่ ทางเราได้เรียนให้ผู้ใหญ่ได้ทราบแล้วว่าหากยังไม่มีการสั่งการอะไรลงมา ตำรวจจะทำได้เพียงการเจราจา
"ผมเรียนไปตั้งแต่ต้นแล้วว่า องค์ประกอบ 2 ส่วน ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และโดยเฉพาะการชุมนุมขนาดใหญ่ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 44 ว่า กำลังคนและอุปกรณ์ การฝึก ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ใช้สำหรับการดูแลการชุมนุม แต่ที่สำคัญที่สุด คือ เรื่องของการชอบธรรมในการเข้าไปสั่งให้เขาเลิกการชุมนุมที่จะเป็นอันตรายส่วนร่วมตรงนั้นก็คงใช้กฎหมายและตอนนี้หลายฝ่ายก็ค่อนข้างจะเห็นพ้องเพราะดูได้จากการมีกฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุมที่กำลังพิจารณาอยู่ในสภา"พล.ต.อ.วิเชียรกล่าว







