
“รังสิมันต์ โรม”จ่อสอบที่มาคำสั่งปรับแนวทางทำงาน กมธ. ปมจำกัดอำนาจประธาน
“รังสิมันต์ โรม” ระบุ กมธ.กฎหมายจะสอบที่มาคำสั่งให้ปรับแนวทางทำงาน โดยกำหนดให้ กมธ.ลงมติก่อนเชิญบุคคลหรือเรียกเอกสาร
KEY
POINTS
- “โรม” มองแนวทางใหม่เป็นการจำกัดอำนาจประธาน กมธ. และรวบอำนาจของฝ่ายรัฐบาล
- กมธ.กฎหมายมีมติเอกฉันท์ 8 ต่อ 0 เสียง คัดค้านแนวทางดังกล่าว
- สัปดาห์ถัดไปเตรียมเชิญประธานสภาฯ เลขาธิการสภาฯ และผู้เกี่ยวข้องให้ข้อมูล
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า กมธ.จะตรวจสอบที่มาของคำสั่งปรับแนวทางการทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) หลังมีแนวทางกำหนดให้การเชิญบุคคลหรือการออกหนังสือเรียกเอกสารต้องผ่านมติที่ประชุม กมธ.ก่อน โดยเห็นว่าแนวทางดังกล่าวอาจจำกัดอำนาจของประธาน กมธ.
นายรังสิมันต์เรียกแนวทางนี้ว่าเป็นการ “ริบดาบประธาน กมธ.” และมองว่าเป็นความพยายามรวบอำนาจของฝ่ายรัฐบาล เขาระบุว่า กมธ.กฎหมายได้ตรวจสอบหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ทั้งคดีทุจริตสินบนท้องถิ่น 40 ล้านบาท ประเด็นหนังสือเดินทาง THAI และการเชิญบุคคลสำคัญในรัฐบาลมาชี้แจง
นายรังสิมันต์อธิบายว่า ตามหลักการ ข้อบังคับการประชุมกำหนดอำนาจของประธาน กมธ.ให้สอดคล้องกับอำนาจของประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยปกติประธานสภาฯ ไม่ต้องขอมติจากที่ประชุมสภาฯ ก่อนบรรจุวาระหรือเชิญบุคคลเข้ามาชี้แจง จึงเห็นว่าควรพิจารณาว่าแนวทางใหม่สอดคล้องกับหลักการและข้อบังคับหรือไม่
ในการประชุมเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน กมธ.กฎหมายมีมติเอกฉันท์ 8 ต่อ 0 เสียง คัดค้านแนวทางของประธานสภาฯ โดยเห็นว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภาฯ ที่ประชุมยังมีมติเชิญนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มาชี้แจงต่อ กมธ.
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริง และจะนำเรื่องเข้าพิจารณาในสัปดาห์ถัดไป โดยเตรียมเชิญประธานสภาฯ เลขาธิการสภาฯ และผู้อำนวยการสำนักที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เพื่อสอบว่าใครเป็นผู้สั่งการให้ดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว และตรวจสอบข้อกังวลว่าอาจขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญหรือไม่







