
ปชป.รุมชำแหละรายงาน กกต. จี้ปฏิรูปโครงสร้างในรัฐธรรมนูญใหม่
"สาทิตย์"ตั้งคำถามมติคดีฮั้ว สว. ด้าน"รัดเกล้า" เปิดงบปราบโกงเบิกจ่ายราว 40% ขณะที่คดีสอบสวนเพิ่มเกือบ 10 เท่า
KEY
POINTS
- พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รายงานผลงานของ กกต. โดยชี้ว่าองค์กรกำลังเผชิญวิกฤตความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะจากมติคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.
- ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการใช้งบประมาณที่เบิกจ่ายต่ำ และศักยภาพขององค์กรในการรองรับคดีเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่า
- เสนอให้มีการปฏิรูปโครงสร้าง ที่มา และอำนาจหน้าที่ของ กกต. โดยให้ทบทวนและบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2567 และ 2568 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 16 กันยายน 2569 โดยตั้งคำถามทั้งเรื่องความน่าเชื่อถือจากมติคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ และศักยภาพรองรับคดีที่เพิ่มขึ้น พร้อมเสนอให้ทบทวนโครงสร้าง กกต. ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส. พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า รายงานดังกล่าวเป็น “รายงานฉบับเจ้าปัญหา” หลังการพิจารณาล่าช้ากว่า 2 สัปดาห์ พร้อมวิจารณ์ว่า กกต. กำลังเผชิญวิกฤตความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะหลังมีมติคดีฮั้วเลือก สว. เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา
นายสาทิตย์กล่าวว่า สังคมตั้งข้อสงสัยว่ามติดังกล่าวอาจเป็นการตัดตอนคดีและไม่ดำเนินการถึงผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลัง จึงเรียกร้องให้ กกต. ส่งสำนวนไต่สวนของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ทั้งหมดให้ศาลฎีกาพิจารณา ไม่ควรส่งเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ถูกดำเนินคดี 77 ราย
นายสาทิตย์ยังตั้งข้อสังเกตว่า ตลอดเวลากว่า 20 ปี กกต. ใช้งบประมาณรวมเกือบแสนล้านบาท แต่ยังไม่สามารถยับยั้งปัญหาซื้อเสียงได้ พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ กกต. เปิดเผยข้อมูล หากพบอำนาจภายนอกแทรกแซงการพิจารณาคดี
ส่วนผลประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือ ITA ประจำปี 2568 ซึ่ง กกต. ได้คะแนนร้อยละ 93.47 นายสาทิตย์เห็นว่า ตัวเลขดังกล่าวสวนทางกับข้อกังขาของประชาชนต่อผลงานขององค์กร
ด้านนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดข้อมูลการใช้งบตามยุทธศาสตร์เร่งรัดพัฒนาการเมืองบนฐานการเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม โดยปี 2567 กกต. ได้รับงบ 51.35 ล้านบาท แต่เบิกจ่าย 20.48 ล้านบาท หรือร้อยละ 39.88
ปี 2568 กกต. ได้รับงบ 36.19 ล้านบาท และเบิกจ่าย 15.14 ล้านบาท หรือร้อยละ 41.8 ขณะที่ปี 2567 มีโครงการค้าง 7 โครงการ รวม 9 กิจกรรมหลัก คิดเป็นงบกว่า 28.4 ล้านบาท
นางรัดเกล้าระบุด้วยว่า คดีอาญาในชั้นสอบสวนเพิ่มจาก 162 คดีในปี 2567 เป็น 1,564 คดีในปี 2568 หรือเกือบ 10 เท่า จึงต้องประเมินว่าระบบ บุคลากร และทรัพยากรของ กกต. รองรับภาระงานได้เพียงใด พร้อมชื่นชม กกต. เสียงข้างน้อย 2 คน โดยเฉพาะนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ ที่เปิดเผยเหตุผลการลงมติต่อสาธารณะ
ข้อเสนอสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์คือการทบทวนโครงสร้าง วิธีสรรหา และอำนาจหน้าที่ของ กกต. ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามคือ กกต. จะชี้แจงข้อสงสัยเรื่องมติคดีฮั้ว สว. และแก้ปัญหางบประมาณกับคดีค้างสะสมอย่างไร







