
เปิดแฟ้มครม. 15ก.ย.69 ถกงบประกันภัยพิบัติ 1.5 หมื่นล้าน ชะลอสร้างตึกคมนาคม
จับตา ครม.พิจารณาโครงการชลประทาน 9.5 หมื่นล้าน สัมปทานปิโตรเลียม ลดเอกสารราชการ และแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง
KEY
POINTS
- ครม. พิจารณาอนุมัติกรอบวงเงิน 15,000 ล้านบาทสำหรับโครงการประกันภัยพิบัติธรรมชาติ
- กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติดังกล่าวจะครอบคลุมความเสียหายจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว
- กระทรวงคมนาคมเสนอให้ชะลอแผนการก่อสร้างอาคารที่ทำการแห่งใหม่ออกไปโดยขอยกเลิกงบประมาณ
เมื่อวันที่ 15กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์แทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 14–16 กันยายน 2569
วาระสำคัญด้านงบประมาณ กระทรวงมหาดไทยเสนอขออนุมัติกรอบวงเงิน 15,000 ล้านบาท พร้อมรูปแบบกรมธรรม์ประกันภัยธรรมชาติ ครอบคลุมอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว มีระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 1 ตุลาคม 2570 นอกจากนี้ ยังเสนอการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนของศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอขอความเห็นชอบโครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาตอนล่าง ฝั่งตะวันออกตอนล่าง วงเงินประมาณ 95,000 ล้านบาท โดยจะใช้เงินกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ร่วมกับงบประมาณแผ่นดิน
ด้านกระทรวงการคลังเสนอการกู้เงินจาก ADB เพื่อนำไปใช้ในโครงการลงทุนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงโครงการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงคมนาคมเสนอขอยกเลิกรายการค่าก่อสร้างและค่าควบคุมงานโครงการอาคารที่ทำการกระทรวงแห่งใหม่ ซึ่งเดิมผูกพันงบประมาณระหว่างปี 2569–2571 หาก ครม.เห็นชอบ จะทำให้แผนก่อสร้างอาคารแห่งใหม่ชะลอออกไป
กระทรวงพลังงานเสนอวาระเกี่ยวกับสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแปลงบนบก L1/66, L3/66 และ L8/66 รวมถึงการโอนสัญญาแบ่งปันผลผลิตในแปลงอ่าวไทย G1/65 และ G3/65 ตลอดจนโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เครื่องที่ 4
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. เสนอแนวทางให้หน่วยงานรัฐไม่เรียกเอกสารจากประชาชนเมื่อมาติดต่อราชการ ส่วนคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ หรือ ค.ต.ป. เสนอแนวทางบริหารสินทรัพย์ของรัฐที่อยู่ระหว่างทบทวนการใช้ประโยชน์
ที่ประชุมยังพิจารณาระบบจัดสรรงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2570 แผนผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ช่วงปี 2570–2574 หลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต และการสมัครเป็นสมาชิกองค์กรติดตามความปลอดภัยทางถนนแห่งเอเชียและแปซิฟิก
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในหลายกระทรวง เพื่อทดแทนผู้บริหารที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยมติแต่งตั้งอาจส่งผลต่อทิศทางบริหารงานของแต่ละกระทรวงในปีงบประมาณใหม่







