
“พิพัฒน์” ท้า “ภคมน” เปิดหลักฐานปมเด็กนายโกงสอบท้องถิ่น
รองนายกฯ พิพัฒน์ รัชกิจประการ ยืนยันต้องสาวคดีถึงต้นตอ ใครผิดต้องรับผิดชอบ หลังฝ่ายค้านเปิดข้อมูลผู้ไม่เข้าสอบแต่กลับมีชื่อบรรจุราชการ
KEY
POINTS
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ท้า น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส. พรรคประชาชน ให้นำหลักฐานมาเปิดเผย กรณีกล่าวหาเรื่อง "โควตาเด็กนาย" ในการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น
- น.ส.ภคมน อ้างว่าพบข้อมูลผู้สมัครที่ได้รับการบรรจุโดยไม่ต้องเข้าสอบ และเชื่อมโยงว่าอาจเกี่ยวข้องกับอดีตเลขานุการของนายพิพัฒน์ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้
- นายพิพัฒน์เรียกร้องให้รอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการจาก ป.ป.ช. หรือตำรวจ และเตือนว่าไม่ควรกล่าวหาโดยไม่มีข้อมูลชัดเจน เพราะอาจถูกดำเนินคดีได้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท้า น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดหลักฐานกรณี “โควตาเด็กนาย” ในคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น หลังพาดพิงว่าอดีตเลขานุการของนายพิพัฒน์อาจเชื่อมโยงกับคดี พร้อมย้ำว่าไม่ควรกล่าวหาโดยไม่มีข้อมูลชัดเจน
นายพิพัฒน์ให้สัมภาษณ์เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ต้องรอผลสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เนื่องจากข้อเท็จจริงต้องพิสูจน์ผ่านกฎหมาย หากนักการเมืองกล่าวหาโดยไม่เป็นความจริงก็อาจถูกดำเนินคดี
รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า ตนไม่ใช่คู่กรณีจึงไม่เข้าไปก้าวก่าย พร้อมอ้างถึงคำยืนยันของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า ต้องสอบสวนเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดและสาวไปถึงต้นตอ ไม่มีการช่วยเหลือหรือฮั้วกับผู้กระทำผิด
ส่วนข้อกล่าวหาว่ามีผู้ไม่ได้เข้าสอบแต่กลับได้รับการบรรจุ นายพิพัฒน์ขอให้ผู้เปิดเผยข้อมูลระบุชื่อและแสดงหลักฐาน เพราะมีผู้สมัครสอบจำนวนมาก จึงไม่ควรพูดลอย ๆ หรือใช้ประเด็นนี้เพื่อหาเสียงและสร้างความชอบให้ตัวเอง
“อะไรที่ชัดเจนค่อยมาพูด อะไรที่คิดมาเองก็เก็บไว้เล่าให้เพื่อนฟังได้ แต่อย่าเพิ่งรีบสื่อสาร” นายพิพัฒน์กล่าว พร้อมย้ำว่า หากสอบสวนสาวถึงบุคคลใด บุคคลนั้นต้องรับผิดชอบ และข้อเท็จจริงต้องถูกเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา
ก่อนหน้านี้ น.ส.ภคมน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน แถลงที่รัฐสภาว่า พบข้อมูล “โควตาเด็กนาย” ซึ่งผู้เกี่ยวข้องแทบไม่ต้องจ่ายเงิน 300,000–700,000 บาท แต่สามารถได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น
น.ส.ภคมนยกตัวอย่างผู้สมัครในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีนามสกุลเดียวกับผู้ว่าราชการจังหวัดและสอบผ่านรอบแรก ก่อนถูกเพิกถอนชื่อในภายหลัง นอกจากนี้ ยังอ้างว่ามีบุคคลอีกนับ 10 ราย สมัครสอบแต่ไม่ได้เข้าสอบ ทว่ากลับมีชื่อได้รับการบรรจุและไม่ถูกเพิกถอน
น.ส.ภคมนระบุว่า พื้นที่ภาคใต้พบข้อมูลเด็กนายมากที่สุด และเชื่อมโยงไปถึงอดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ลาออกจากตำแหน่ง แม้ไม่ได้กล่าวหานายพิพัฒน์โดยตรง แต่เห็นว่าต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงและไม่ปล่อยให้คดีถูกตัดตอน
ประเด็นที่ต้องติดตามคือ ผลสอบสวนจะยืนยันข้อมูลผู้ไม่เข้าสอบแต่ได้รับการบรรจุได้หรือไม่ รวมถึงจะขยายผลถึงเจ้าหน้าที่ นักการเมือง หรือผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องตามข้อกล่าวหาหรือไม่







