
ครม.นัดพิเศษที่รัฐสภา จับตากฎหมายสตาร์ทอัพ-ตั้งโฆษกใหม่
“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” เป็นประธานแทนนายกฯ วาระแน่นทั้งเปิดเสรีการเงินอาเซียน โยกผู้บริหารกระทรวงเศรษฐกิจ และมาตรการสกัดทุจริตสอบราชการ
KEY
POINTS
- คณะรัฐมนตรี (ครม.) จัดประชุมนัดพิเศษที่อาคารรัฐสภา โดยมีวาระสำคัญด้านเศรษฐกิจและการแต่งตั้งตำแหน่งข้าราชการระดับสูง
- วาระเศรษฐกิจที่น่าจับตาคือการพิจารณาเห็นชอบในหลักการร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพ เพื่อวางกรอบสนับสนุนผู้ประกอบการ
- คาดว่าจะมีการเสนอชื่อนายเอกภพ เพียรพิเศษ ให้ดำรงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่
เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรี (ครม.) เตรียมประชุมนัดพิเศษที่อาคารรัฐสภา เนื่องจากตรงกับช่วงที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2 โดยมีวาระสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง และมาตรการป้องกันทุจริตสอบเข้ารับราชการ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะทำหน้าที่ประธานการประชุมแทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศในฐานะผู้แทนพระองค์ เพื่อร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
วาระเศรษฐกิจที่ต้องจับตา ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพ พ.ศ. .... ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะเสนอให้ ครม.เห็นชอบในหลักการ เพื่อวางกรอบสนับสนุนและส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพของไทย
กระทรวงการคลังเตรียมเสนอให้สัตยาบันพิธีสารอนุวัตข้อผูกพันเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน ฉบับที่ 6 ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน รวมถึงวาระความร่วมมือกับรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อก่อสร้างสะพานเชียงแมน-หลวงพระบาง
ที่ประชุมยังเตรียมพิจารณาเปลี่ยนแปลงเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ 2 แห่ง และแต่งตั้งผู้สอบบัญชีขององค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย สำหรับปีงบประมาณ 2569-2573
ด้านการแต่งตั้ง คาดว่าจะมีการเสนอชื่อนายเอกภพ เพียรพิเศษ เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แทน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ซึ่งยื่นหนังสือลาออกก่อนหน้านี้ พร้อมจับตาการโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อรองรับตำแหน่งที่จะว่างลงหลังวันที่ 30 กันยายน 2569
อีกตำแหน่งสำคัญคือปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยต้องติดตามว่า ครม.จะต่อวาระให้นายณัฐพล รังสิตพล หลังดำรงตำแหน่งครบ 4 ปีหรือไม่ หากไม่ต่อวาระ อาจต้องพิจารณาโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งระดับเทียบเท่า
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. จะเสนอมาตรการจัดการกรณีพบการทุจริตสอบเข้ารับราชการ ขณะที่ ครม.เตรียมรับทราบผลดำเนินงานตามข้อสังเกตของวุฒิสภาเกี่ยวกับร่างกฎหมายยกเลิกประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตลอดจนรายงานปัญหาการบริหารทางเท้าสาธารณะในกรุงเทพมหานคร
ผลประชุมครั้งนี้จึงต้องจับตาทั้งทิศทางกฎหมายสตาร์ทอัพ รายชื่อโฆษกรัฐบาลคนใหม่ และการจัดวางผู้บริหารกระทรวงเศรษฐกิจก่อนเข้าสู่ปีงบประมาณใหม่.







