
“นิด้าโพล” เผยคนชายแดนใต้โยงเหตุไม่สงบกับงบพื้นที่ ชี้นโยบายรัฐบกพร่อง
นิด้าโพลเผยคนชายแดนใต้ 35.73% มองเหตุไม่สงบโยงงบประมาณในพื้นที่ ขณะที่ 40.82% ชี้ข้อบกพร่องด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ ทำให้ไม่สามารถป้องกันเหตุครั้งล่าสุดได้
KEY
POINTS
- นิด้าโพลเผยคนชายแดนใต้ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 40.82) เห็นว่าความบกพร่องด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐ เป็นสาเหตุสำคัญที่ไม่สามารถป้องกันเหตุรุนแรงได้
- ประชาชนร้อยละ 35.73 เชื่อว่าเหตุการณ์ความไม่สงบล่าสุดมีความเกี่ยวข้องกับงบประมาณในพื้นที่
- สาเหตุอื่นที่ถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับเหตุไม่สงบคือกลุ่มทุนเทาไม่พอใจการปราบปรามของรัฐ และปัญหาการเมืองท้องถิ่น
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “ความไม่สงบล่าสุด คน จชต. คิดอย่างไร” พบประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ร้อยละ 35.73 มองว่า เหตุการณ์ความไม่สงบล่าสุดเกี่ยวข้องกับงบประมาณในพื้นที่ ขณะที่ร้อยละ 40.82 เห็นว่า ข้อบกพร่องด้านนโยบาย ยุทธศาสตร์ และทิศทางแก้ปัญหา เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถป้องกันเหตุได้
ผลสำรวจความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ความไม่สงบครั้งล่าสุด พบว่า รองลงมาร้อยละ 30.36 มองว่ากลุ่มทุนเทา เช่น ขบวนการยาเสพติด การค้าของเถื่อน และมาเฟียเรียกค่าคุ้มครอง ไม่พอใจการปราบปรามอย่างเข้มงวดของภาครัฐ ส่วนร้อยละ 29.64 เห็นว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองท้องถิ่น
นอกจากนี้ ร้อยละ 27.64 มองว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ก่อนเริ่มกระบวนการพูดคุยสันติสุข ร้อยละ 26.27 เห็นว่ากลุ่มเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนร่วมมือกับกลุ่มทุนเทา และร้อยละ 20.27 มองว่ากลุ่มเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนไม่พอใจการปราบปรามของภาครัฐ
ขณะที่ร้อยละ 19.55 เห็นว่าผู้ก่อความไม่สงบต้องการสร้างความแตกแยกในพื้นที่ ร้อยละ 19.09 มองว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองระดับชาติ และร้อยละ 12.82 เชื่อว่าเป็นการแสดงศักยภาพของกลุ่มเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนรุ่นใหม่
สำหรับสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถป้องกันเหตุได้ นอกจากข้อบกพร่องด้านนโยบายและยุทธศาสตร์แล้ว ร้อยละ 39.91 ระบุถึงความไม่มีประสิทธิภาพในการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ร้อยละ 34.27 มองว่าเกิดจากความประมาทของเจ้าหน้าที่ และร้อยละ 29.73 เห็นว่ามีข้อบกพร่องในงานด้านการข่าว
ส่วนร้อยละ 29.36 ระบุว่า ผู้ก่อความไม่สงบกระจายตัวในหลายพื้นที่ ทำให้ป้องกันได้ยาก ร้อยละ 18.82 มองว่าการบังคับใช้กฎหมายประนีประนอมเกินไป และร้อยละ 18.09 เห็นว่าภาครัฐยังขาดความร่วมมือจากประชาชน
การสำรวจจัดทำระหว่างวันที่ 25–27 สิงหาคม 2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา จำนวน 1,100 ตัวอย่าง เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ มีค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95.0







