
“ทักษิณ” ชี้ 10 จุดเสี่ยงไทยรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ จี้ปรับรัฐ-กฎหมาย
“ทักษิณ” ชี้ 10 จุดเสี่ยงไทย รับภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่ จี้ปรับรัฐ-กฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นประเทศไทย
"ทักษิณ ชินวัตร” ชี้ไทยเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน ตั้งแต่ภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่ ไซเบอร์ AI พลังงาน ดาวเทียม ไปจนถึงโครงสร้างราชการและกฎหมาย ย้ำโลกเปลี่ยนเร็ว ไทยต้องสำรวจความพร้อม วางยุทธศาสตร์กับพันธมิตร และเร่งฟื้น “Trust-Confidence” ผ่านหลักนิติธรรม
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ความท้าทายด้านความมั่นคงในโลกยุคใหม่ เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประเทศ” ในงานครบรอบ 30 ปี บริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ณ โรงแรมดุสิตธานี โดยสะท้อนความเสี่ยงที่ประเทศไทยต้องเร่งรับมือในหลายด้าน ได้แก่
1. ภัยความมั่นคงเปลี่ยนรูป ไทยต้องใช้เทคโนโลยีมากขึ้น
นายทักษิณระบุว่า ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมายังเป็นสงครามรูปแบบเดิม แต่ภัยคุกคามยุคใหม่น่ากลัวกว่ามาก โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนหลายพันลูกภายในเดือนเดียว ระบบป้องกันภัยทางอากาศสกัดได้ไม่หมด พร้อมเตือนว่าไทยยังไม่มีความพร้อมรับมือ ทั้งปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา และความจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีโดรนตรวจการณ์แทนกำลังพลจำนวนมาก
2. หุ่นยนต์-AI กำลังเปลี่ยนทั้งสงครามและตลาดแรงงาน
นายทักษิณยกตัวอย่างบริษัทหุ่นยนต์จีนที่ส่งออกหุ่นยนต์ราว 70% ของตลาดโลก ทั้งหุ่นยนต์สุนัขและหุ่นยนต์เพื่อความมั่นคง สะท้อนว่าเทคโนโลยีทางทหารกำลังเปลี่ยนไปสู่รูปแบบที่มีประสิทธิภาพและลดการสูญเสียชีวิต
3.เศรษฐกิจและโครงสร้างแรงงานยุค AI
นายทักษิณระบุว่าองค์กรจะเปลี่ยนจากรูปพีระมิดเป็นรูปเพชร เพราะ AI จะทำงานแทนตำแหน่งระดับล่างที่เพิ่งจบใหม่ ขณะที่คนรุ่นใหม่ (เกิดปี 2025 เป็นต้นไป) จะไม่สนใจปริญญา แต่เรียนรู้ตลอดชีวิตผ่าน AI ส่วนกลุ่ม Gen Z จะเป็นกำลังสำคัญด้านผู้ประกอบการมากกว่าลูกจ้าง
4.เตือนไซเบอร์โจมตีไฟฟ้า-ประปา กระทบประชาชนได้ทันที
อีกความเสี่ยงสำคัญคือ Cybersecurity โดยเฉพาะการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ระบบไฟฟ้าและประปา ซึ่งหากถูกเจาะระบบจะส่งผลต่อชีวิตประชาชนในวงกว้าง แต่นายทักษิณมองว่าประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านนี้ไม่เพียงพอ
5.อายุมนุษย์ยืนขึ้น รัฐต้องคิดใหม่เรื่องบำนาญ-ที่อยู่อาศัย
นายทักษิณยังกล่าวถึงความก้าวหน้าด้าน Longevity และเทคโนโลยีเกี่ยวกับการย้อนวัยของเซลล์ในหลายประเทศ โดยมองว่า เทคโนโลยีการย้อนวัยเซลล์ในสหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น ที่อาจทำให้มนุษย์มีอายุยืนถึง 100-250 ปี ซึ่งจะกระทบระบบบำนาญและที่อยู่อาศัยของครอบครัวหลายรุ่น
6.โลกเข้าสู่ยุคดาวเทียมวงโคจรต่ำ ไทยต้องปรับกติกา
ด้านการสื่อสาร นายทักษิณกล่าวถึงกรณีธุรกิจดาวเทียมต่างชาติ เช่น Starlink ของอีลอน มัสก์ และ Amazon ที่ต้องการเข้ามาในไทยแต่ติดข้อจำกัดกฎหมายเรื่องสัดส่วนหุ้น พร้อมเตือนว่าโลกกำลังเปลี่ยนสู่ดาวเทียมวงโคจรต่ำจำนวนมาก ไทยต้องเร่งปรับตัวด้านความมั่นคงของระบบสื่อสาร
7. ปรับโครงสร้างพลังงาน ลดค่าไฟ ดึงอุตสาหกรรมใหม่
โดยวิจารณ์ว่าไทยยังผูกขาดโครงสร้างพลังงาน ไม่พัฒนาระบบ Smart Meter ทำให้ประชาชนเลือกใช้พลังงานทางเลือกได้จำกัด เสนอให้ลดต้นทุนค่าไฟฟ้าเพื่อดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรม
8. ฟื้นยุทธศาสตร์กับพันธมิตรต่างประเทศ
ในมิติระหว่างประเทศ นายทักษิณมองว่า ในอดีตไทยมีความตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับหลายประเทศมหาอำนาจ รวมถึงญี่ปุ่น แต่ขาดการสานต่อ จึงเสนอให้กลับมาวางยุทธศาสตร์ร่วมกับพันธมิตรอย่างจริงจัง
9.“Trust-Confidence” จุดอ่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย
นายทักษิณระบุว่า หัวใจสำคัญของระบบทุนนิยมคือ Trust และ Confidence หรือความไว้วางใจและความเชื่อมั่น โดย Trust ต้องตั้งอยู่บนหลักนิติธรรม หรือ Rule of Law
หากประเทศไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นว่ากฎหมายและกติกาจะได้รับการบังคับใช้อย่างเป็นธรรม ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
10. ราชการใหญ่-กฎหมายมาก เสนอใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพรัฐ
โดยชี้ว่าจำนวนข้าราชการไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเป็นภาระงบประมาณ ขณะที่มีกฎหมายกว่าแสนฉบับซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาประเทศ เสนอให้นำ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภาครัฐ โดยยกตัวอย่างบริษัทในสหรัฐฯ ที่มีพนักงานเพียง 12 คนแต่มีมูลค่าราว 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพราะใช้ AI แทนคนเกือบทั้งหมด
....
ช่วงท้าย นายทักษิณระบุว่า สิ่งสำคัญคือประเทศไทยต้องกลับมา “สำรวจตัวเอง” ว่ามีความพร้อมเพียงใดต่อภัยคุกคามและความเปลี่ยนแปลงของโลก ตั้งแต่ความมั่นคง เทคโนโลยี เศรษฐกิจ ไปจนถึงระบบบริหารประเทศ พร้อมวางยุทธศาสตร์ความร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศให้ชัดเจน เพื่อให้ไทยสามารถปรับตัวทันต่อโลกยุคใหม่







