
“อนุทิน” ยันไม่อยากให้ใครเข้าใกล้ปืน สั่งจัดระเบียบ 10 ล้านกระบอก
“อนุทิน” แจงดราม่า “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” รับ พูดสั้นไป ชี้เจตนารมณ์ ไม่อยากให้ใครอยู่ใกล้อาวุธ แม้จะสมควรแก่เหตุก็ต้องพิสูจน์ตัวเองในศาล ลั่น ห้ามพกปืนทุกคน เพราะใบอนุญาตหมดอายุแล้ว สั่งจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการสั่งการประชุม สส.พรรคภูมิใจไทย ห้ามพกพาอาวุธปืน ว่า เมื่อวาน (11 ส.ค.69) ได้กำชับไปแล้ว ก็ตามนั้น ไม่ได้สั่งการแค่ สส. แต่กำชับทุกคน
ขณะนี้ไม่ว่าใครไม่สามารถพกพาปืนได้ เพราะไม่มีใบอนุญาตพกปืนอีกแล้วในประเทศไทย พกปืนทุกใบในประเทศขณะนี้หมดอายุไปแล้ว ฉะนั้นไม่สามารถพกปืนได้แล้ว
เมื่อถามว่า ลูกพรรคภูมิใจไทยหลายคนมีการสะสมปืนจำนวนมาก
นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา เขาก็ชี้แจงบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน และตนเองก็ได้เน้นย้ำ โดยเฉพาะผู้ที่มีตำแหน่งทางการเมือง ไม่ใช่แค่เฉพาะ สส. แต่รวมถึงใครก็ตามที่คิดจะลงเลือกตั้ง มีตำแหน่งทางการเมือง ถ้าเกิดมีปัญหาเรื่องการพกอาวุธปืนขึ้นมาก็ผิดกฎหมาย และก็อาจถูกตีความเรื่องจริยธรรม คราวนี้ยุ่งกันไปอีก และก็จะยุ่งไปถึงอนาคตของพวกเขาเลย
เพราะเราไม่รู้ว่าเรื่องจริยธรรมจะถูกห้ามลงรับสมัครเลือกตั้ง ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ ดังนั้นคือดีที่สุดคือทำเป็นตัวอย่างให้กับประชาชน ในเมื่อกฎหมายห้ามพกปืน บุคคลที่เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย บุคคลที่ประชาชนเลือกมา ก็ต้องเป็นตัวอย่างแค่นั้น
เมื่อถามว่า มติของคณะรัฐมนตรียกเลิกใบอนุญาตซื้อปืนหรือ ป.3 ซื้อไม่ได้อีก ไม่ว่าใครก็ตามใช่หรือไม่
นายอนุทิน กล่าวว่า ครับ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ต้องจัดระเบียบ ปืนเมืองไทยขณะนี้มีสิบล้านกระบอก แบบนี้ไม่ไหว ประชากรมี 70 ล้านคนเอง
เมื่อถามว่า เมื่อวานนี้มีดราม่ากรณีพูดว่านายกรัฐมนตรี ระบุว่า ยิงโจรในบ้านก็มีความผิด จนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดนั้น
นายกรัฐมนตรี ตอบว่า ไม่มีการเข้าใจผิด หลักที่สำคัญคือพยายามที่จะให้ทุกคนคิดว่าอาวุธปืนไม่มีประโยชน์ต่อใคร หากถูกใช้เมื่อไร ไม่ว่าจะเหตุสุดวิสัย หรือควรแก่เหตุก็แล้วแต่ ต้องไปพิสูจน์ในศาล ไม่ใช่พิสูจน์ด้วยตัวเอง หรือไม่ได้พิสูจน์โดยตำรวจ หากมีเหตุเช่นนี้เกิดขึ้น ยิงคนที่มาประสงค์ร้าย ก็ต้องถูกตั้งข้อหาก่อน และต้องไปพิสูจน์ตัวเองในศาล
เมื่อวานตนเองอาจจะสื่อสารสั้นไป แต่จุดประสงค์และเจตนารมณ์ของตนคือไม่อยากให้ทุกคนอยู่ใกล้อาวุธปืน เพราะไม่เคยทำสิ่งที่ดีให้กับผู้ใช้อาวุธปืนและผู้ถูกอาวุธปืนเลย คนที่ถูกอาวุธปืนก็บาดเจ็บ คนที่ใช้อาวุธปืนก็ต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาล
ดังนั้นกว่าจะหลุด กว่าจะมีคำพิพากษาว่าป้องกันตัวเอง หรือควรแก่เหตุแล้ว ต้องเสียเวลาไปขึ้นศาล ประกันตัว ต่างๆ มากมาย ตนเองก็ได้แต่เตือนสติเท่านั้น ไม่ใช่ว่าใครต้องเชื่อหรือไม่เชื่อ เพราะมีกฎหมายอยู่แล้ว กฎหมายไม่ได้ไปไหนและไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลง ดังนั้นอย่าเข้าใกล้ที่สุด







