
กรณ์จี้ สสว.แจงปมตัดศิลปากรพ้นโครงการอีคอมเมิร์ซ SME
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตั้งคำถาม สสว.ใช้อะไรตัดมหาวิทยาลัยศิลปากรออกจาก 2 โครงการ หลังตีความหนังสือมอบอำนาจไม่ชัด และมีข้อกล่าวหาเรื่องข่มขู่ถอนอุทธรณ์
KEY
POINTS
- นายกรณ์ จาติกวณิช ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของ สสว. กรณีตัดสิทธิ์มหาวิทยาลัยศิลปากรออกจากโครงการอีคอมเมิร์ซ SME โดยอ้างปัญหาความไม่ชัดเจนของเอกสารมอบอำนาจ
- นายกรณ์ชี้ว่าเนื้อหาในหนังสือมอบอำนาจมีความชัดเจน และตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใด สสว. จึงไม่แจ้งให้มหาวิทยาลัยแก้ไขเอกสาร แต่กลับตัดสิทธิ์ทันที
- มีข้อกล่าวหาเพิ่มเติมว่าอาจารย์ศิลปากรถูกข่มขู่ให้ถอนคำร้องอุทธรณ์ และ สสว. ได้ลงนามว่าจ้างสถาบันอื่นไปแล้วก่อนที่จะแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์อย่างเป็นทางการ
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij” ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการใช้เงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. หลังได้รับหนังสือร้องเรียนจากตัวแทนมหาวิทยาลัยศิลปากร
ข้อร้องเรียนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการคัดเลือกหน่วยงานเข้าร่วมโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หรือ Marketplace และโครงการไลฟ์คอมเมิร์ซ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยของไทย โดยมหาวิทยาลัยศิลปากรได้ยื่นข้อเสนอเข้าร่วมทั้งสองโครงการ แต่ถูกตัดออกจากการพิจารณาเนื่องจากปัญหาเอกสารมอบอำนาจ
นายกรณ์ระบุว่า หนังสือมอบอำนาจของมหาวิทยาลัยศิลปากรระบุรายชื่อผู้รับมอบอำนาจจำนวน 3 คน พร้อมข้อความในวรรคสุดท้ายว่า บุคคลทั้งสามมีอำนาจดำเนินการร่วมกัน หรือให้คนใดคนหนึ่งดำเนินการได้ จึงเห็นว่าเนื้อหามีความชัดเจนและสามารถเข้าใจได้ตรงกัน
นายกรณ์ยังระบุว่า ได้นำเอกสารดังกล่าวให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อ่าน ซึ่งได้รับความเห็นว่าไม่สามารถเข้าใจเป็นอย่างอื่นได้ อย่างไรก็ตาม สสว.แจ้งผู้ยื่นข้อเสนอว่า เอกสารดังกล่าวขาดความชัดเจนว่าผู้รับมอบอำนาจแต่ละรายสามารถดำเนินการโดยลำพังได้หรือไม่
สสว.จึงวินิจฉัยว่า หนังสือดังกล่าวมิได้ระบุให้ผู้รับมอบอำนาจคนใดคนหนึ่งมีอำนาจกระทำการแทนมหาวิทยาลัยศิลปากร ส่งผลให้มหาวิทยาลัยถูกพิจารณาว่าขาดคุณสมบัติในการเสนอตัวเข้ารับงาน
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตั้งข้อสังเกตว่า แม้เอกสารจะมีข้อบกพร่องจริง คณะกรรมการก็อาจใช้อำนาจแจ้งให้มหาวิทยาลัยนำเอกสารมอบอำนาจไปแก้ไขหรือเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ได้ จึงเกิดคำถามว่า สสว.มีเหตุผลอื่นในการตัดมหาวิทยาลัยศิลปากรออกจากการพิจารณาหรือไม่
นายกรณ์กล่าวอีกว่า ภายหลังเกิดเหตุการณ์ที่อาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร 2 คนเข้าแจ้งความกับตำรวจ โดยกล่าวอ้างว่ามีบุคคลซึ่งระบุตัวว่าเป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ใน สสว.เข้ามาข่มขู่ให้ถอนคำร้องอุทธรณ์ อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังต้องผ่านการตรวจสอบและกระบวนการตามกฎหมาย
นอกจากนี้ นายกรณ์ระบุว่า เมื่อประเด็นเริ่มได้รับความสนใจจากสื่อ สสว.จึงส่งหนังสือแจ้งผลไม่รับคำอุทธรณ์ไปยังมหาวิทยาลัยศิลปากร ทั้งที่ก่อนหน้านั้นมีการลงนามสัญญาว่าจ้างสถาบันอื่นไปแล้ว โดยยังไม่ได้แจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ให้มหาวิทยาลัยศิลปากรทราบ
นายกรณ์มองว่า โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและไลฟ์คอมเมิร์ซของไทยควรเป็นโครงการที่สร้างประโยชน์แก่ผู้ประกอบการรายย่อย เนื่องจากผู้ประกอบการไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากแพลตฟอร์มต่างประเทศ แต่กลับเกิดคำถามเรื่องความโปร่งใส บุคคลภายนอกเข้ามาวิ่งงาน การแสดงอิทธิพล และการข่มขู่ผู้ร้องเรียน
ส่วนกรณีที่ผู้อำนวยการ สสว.ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์หรือ “เงินทอน” นายกรณ์ระบุว่า ข้อเท็จจริงยังต้องตรวจสอบ พร้อมขอให้ผู้อำนวยการ สสว.เดินทางมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการด้วยตนเอง
แหล่งที่มา: เพจเฟซบุ๊ก กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij







