
วัส ติงสมิตร ชี้คดีโกงฮั้วสว. มีมูล จี้กกต. ส่งศาลฎีกาถอด สว. 120 คน
"วัส ติงสมิตร" นักวิชาการอิสระ ระบุหากเป็น กกต. จะส่งคดีฮั้วเลือก สว. ให้ศาลฎีกาวินิจฉัยถอด สว. ไม่น้อยกว่า 120 คน ชี้หลักฐานเชิงสถิติ พื้นที่ และดิจิทัล มีน้ำหนักเพียงพอ
KEY
POINTS
- นายวัส ติงสมิตร เสนอให้ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาถอดถอน สว. อย่างน้อย 120 คน โดยชี้ว่าคดีมีมูลเพียงพอที่เชื่อได้ว่ามีการทุจริต
- หลักฐานสำคัญที่ยกมาประกอบด้วย รูปแบบคะแนนที่ผิดปกติ, การจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัครในบางจังหวัด, และหลักฐานทางดิจิทัล เช่น ข้อมูลโทรศัพท์และเส้นทางการเงิน
- ความเห็นดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลจากเวทีเสวนาของฝ่ายค้าน ซึ่งมีผู้สมัคร สว. ออกมาเปิดเผยพฤติการณ์ทุจริต เช่น การจัดทำโพย และการเสนอผลประโยชน์
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว (คลิกที่มา) ถึงกรณีข้อกล่าวหาการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 โดยระบุว่า หากตนเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และได้พิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมด จะมีความเห็นให้ส่งเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยให้สมาชิกวุฒิสภาพ้นจากตำแหน่งไม่น้อยกว่า 120 คน
นายวัสระบุว่า การพิจารณาคดีลักษณะนี้ไม่ควรอาศัยเพียงคำให้การของพยานบุคคลที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ต้องใช้การประเมินพยานหลักฐานแบบองค์รวม (Totality of the Evidence) โดยเชื่อมโยงทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลเข้าด้วยกัน
สำหรับเหตุผลสำคัญที่ยกขึ้นประกอบความเห็น มี 3 ประเด็น ได้แก่ รูปแบบคะแนนเลือกตั้งที่ผู้ได้รับเลือกอันดับ 1-6 ในหลายกลุ่มอาชีพมีคะแนนทิ้งห่างผู้สมัครลำดับถัดไปอย่างผิดปกติ การพบว่ามีอย่างน้อย 8 จังหวัดที่มีจำนวน สว. ได้รับเลือกในสัดส่วนสูงเมื่อเทียบกับจำนวน สส. ของจังหวัด ซึ่งมองว่าเป็นลักษณะการจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัคร และหลักฐานดิจิทัล อาทิ ภาพจากกล้องวงจรปิด ข้อมูลโทรศัพท์มือถือ พิกัดการเดินทาง เส้นทางการเงิน ตั๋วเครื่องบิน รวมถึงโพยลงคะแนนที่มีรูปแบบตรงกัน
นายวัสยังอ้างถึงข้อมูลที่มีการเปิดเผยในเวทีเสวนา "ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. – เปิดหลักฐานคดีโกง สว. ภาค 2" ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 โดยวิปฝ่ายค้าน ภายในรัฐสภา ที่มีผู้สมัคร สว. และ สว.สำรองออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติการณ์ก่อนและระหว่างการเลือกระดับประเทศ เช่น การจัดที่พัก การออกค่าเดินทาง การรวบรวมผู้สมัคร การจัดทำโพย การยื่นข้อเสนอทางการเงิน และการอ้างถึงการกำหนดตัวผู้ได้รับเลือกไว้ล่วงหน้า
นายวัสเห็นว่า เมื่อนำพยานหลักฐานทั้งหมดมาประกอบกันแล้ว เข้าข่ายเป็น "หลักฐานอันควรเชื่อได้" ว่ามีการทุจริตหรือรู้เห็นกับการกระทำที่ทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 62 จึงควรให้ กกต. ส่งเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งให้สมาชิกวุฒิสภาพ้นจากตำแหน่งตามกระบวนการกฎหมาย
ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวเป็นความเห็นและข้อเสนอของนายวัส ติงสมิตร ซึ่งยังไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือข้อยุติของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือศาลฎีกา และคดียังคงอยู่ระหว่างกระบวนการตามกฎหมาย.







