posttoday
"วิลาศ" แฉปมอาคารรัฐสภา ชงสอบประกันงาน-ท้าฟ้องไม่ถอน

"วิลาศ" แฉปมอาคารรัฐสภา ชงสอบประกันงาน-ท้าฟ้องไม่ถอน

16 กรกฎาคม 2569

"วิลาศ จันทรพิทักษ์" เปิดข้อมูลตรวจอาคารรัฐสภา หลังครบกำหนดประกันผลงาน 2 ปี ระบุพบปัญหาหลายด้าน พร้อมท้าผู้เกี่ยวข้องฟ้องร้องหากข้อมูลไม่จริง ขณะที่สภาฯ เปลี่ยนจุดแถลงข่าว

นายวิลาศ จันทรพิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยระบุว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้วรวม 65 เรื่อง พร้อมยืนยันว่ามีพยานหลักฐานรองรับทุกประเด็น และพร้อมพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการกฎหมาย

 

นายวิลาศระบุว่า วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เป็นวันครบกำหนดระยะเวลาประกันผลงาน 2 ปี ตามสัญญาก่อสร้างอาคารรัฐสภา จึงถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต้องเร่งดำเนินการตรวจสอบความชำรุดบกพร่อง พร้อมเสนอแนวทางที่เรียกว่า "บัญญัติ 7 ประการ" เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการรักษาสิทธิประโยชน์ของรัฐ

 

หนึ่งในข้อเสนอสำคัญคือการบริหารจัดการเงินประกันผลงานและเงินค้ำประกันตามสัญญา ซึ่งประเมินว่ามีวงเงินรวมไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท ประกอบด้วยเงินประกันสัญญา เงินที่หักจากการจ่ายค่างวด และเงินงวดสุดท้ายที่ยังไม่ได้จ่าย โดยเห็นว่าหากพบความชำรุดจากการก่อสร้างหรือการใช้วัสดุไม่ได้มาตรฐาน สภาฯ ต้องแจ้งผู้รับจ้างเข้าซ่อมแซมภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมขยายระยะเวลาประกันตามเงื่อนไขในสัญญา ไม่ใช่ถือว่าสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดเพียงอย่างเดียว

 

นายวิลาศเปิดเผยว่า แม้ที่ผ่านมาเลขาธิการสภาฯ จะมีหนังสือแจ้งผู้รับจ้างให้แก้ไขข้อบกพร่องแล้วกว่าพันรายการ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดหรือไม่ พร้อมยกตัวอย่างปัญหาที่ยังพบ เช่น กระเบื้องริมแม่น้ำหลุดร่อน ประตูอาคารชำรุด งานจิตรกรรมฝาผนังไม่แล้วเสร็จ รวมถึงพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังจนมีตะไคร่น้ำ

 

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการเสนอใช้งบประมาณแผ่นดินเพื่อซ่อมแซมงานบางส่วนที่ควรเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างตามสัญญา เช่น โครงการปรับปรุงศาลาแก้ววงเงิน 123 ล้านบาท ทั้งที่หากเป็นความชำรุดจากการก่อสร้าง สภาฯ ควรใช้สิทธิเรียกผู้รับจ้างแก้ไขหรือหักค่าปรับตามสัญญา แทนการใช้งบประมาณใหม่

 

ในส่วนของการตรวจสอบสัญญาก่อสร้าง นายวิลาศระบุว่า โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภามีสัญญารวม 14 ฉบับ และพบประเด็นการจ้างช่วงในทุกสัญญา โดยเฉพาะผู้รับเหมาช่วงรายหนึ่งที่ได้รับงานรวมกว่า 2,993 ล้านบาท ซึ่งเห็นว่าอาจขัดต่อเงื่อนไขในสัญญาก่อสร้าง และควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดตามกฎหมาย

 

นายวิลาศยังกล่าวอ้างว่า มีข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ตรวจรับงานบางรายถูกกดดันและข่มขู่ระหว่างการตรวจสอบ พร้อมเรียกร้องให้ยุติพฤติกรรมดังกล่าว และยืนยันว่าหากมีการโยกย้ายเจ้าหน้าที่โดยไม่เป็นธรรม จะดำเนินการตามกฎหมายถึงที่สุด

 

พร้อมกันนี้ นายวิลาศระบุว่า เตรียมยื่นข้อมูลเพิ่มเติมอีกหลายประเด็น ครอบคลุมโครงการก่อสร้างที่มีวงเงินเกิน 10 ล้านบาท และประกาศท้าผู้ที่เห็นว่าข้อมูลของตนไม่เป็นความจริงให้ดำเนินคดี โดยยืนยันว่าจะต่อสู้คดีและไม่ถอนคำร้องหรือคำให้สัมภาษณ์

 

ภายหลังการแถลงข่าว นายวิลาศพาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจจุดต่าง ๆ รอบอาคารรัฐสภา พร้อมชี้ให้เห็นจุดที่อ้างว่ายังมีข้อบกพร่องของงานก่อสร้าง เช่น คราบปูนบนบันได เสาไม้ที่เกิดเชื้อรา พื้นทางเดินที่ไม่เป็นไปตามแบบ ตลอดจนตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าที่ไม่มีอุปกรณ์ล็อกป้องกัน

 

ก่อนเริ่มการแถลงข่าว ได้เกิดเหตุโต้เถียงระหว่างนายวิลาศกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา หลังเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่บริเวณหน้าห้องสื่อมวลชนในการแถลงข่าว โดยแจ้งว่าเป็นระเบียบใหม่ และขอให้ย้ายไปใช้พื้นที่บริเวณลานประชาชนแทน พร้อมจัดกำลังตำรวจรัฐสภาประมาณ 15 นาย ดูแลการเคลื่อนย้ายไปยังจุดดังกล่าว

ข่าวล่าสุด

LEPAS ส่ง EV พรีเมียมล็อตแรกถึงไทย เตรียมเปิดตัว 24 ก.ค. นี้

LEPAS ส่ง EV พรีเมียมล็อตแรกถึงไทย เตรียมเปิดตัว 24 ก.ค. นี้