
ส่องผู้ว่าฯกทม.69ใครครองโซเชียลเสียงหน้าจอพลังเปลี่ยนเกม
เจาะลึกสมรภูมิโซเชียลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ผ่านดาต้าไวส์ไซท์ เผย "ชัชชาติ" นำลิ่ว 5.3 ล้านเอนเกจเมนต์ ขณะที่ "ปัญหากลืนไม่เข้าคายไม่ออก" ครองใจชาวเน็ต
KEY
POINTS
- ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ครองกระแสบนโซเชียลมีเดียด้วยยอดเอนเกจเมนต์สูงสุดทิ้งห่างคู่แข่ง โดยมีจุดแข็งจากคอนเทนต์ที่ผู้ใช้งานสร้างขึ้นเองและภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย
- Facebook เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารนโยบาย แต่ TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) ได้สูงสุด โดยเฉพาะคลิปสั้นของผู้สมัครที่ลงพื้นที่จริง
- 5 ประเด็นปัญหาที่คนกรุงเทพฯ เรียกร้องผ่านโซเชียลมีเดียมากที่สุด ได้แก่ การทุจริต, ฝุ่น PM2.5, ทางเท้าและความสะอาด, ค่าครองชีพ และปัญหาน้ำท่วม
การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2569 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ทวีความร้อนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในสนามที่มีแคนดิเดตเรียงหน้าท้าชิงกว่า 18 คน "โซเชียลมีเดีย" ได้กลายเป็นสมรภูมิหลักที่สะท้อนทั้งความหวัง ความกังวล และเสียงเรียกร้องของประชาชนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เผยผลวิเคราะห์ข้อมูลผ่านเครื่องมือ Wisesight Bangkok Election ในช่วงระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 7 มิถุนายน 2026 ชี้ให้เห็นว่า "เสียงหน้าจอ" มีพลังสำคัญในการกำหนดทิศทางและสร้างกระแสความนิยมให้กับแคนดิเดตแต่ละคน
สมรภูมิโซเชียลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เดือด : Facebook ยืนเด่นเนื้อหา ทว่า TikTok ครองยอดมีส่วนร่วม
จากการเก็บข้อมูลพบว่า Facebook ยังคงเป็นพื้นที่หลักในการรับรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร มีปริมาณข้อความสูงถึง 2,584 ข้อความ
สะท้อนว่าเป็นช่องทางที่สื่อมวลชนและหน่วยงานต่างๆ ใช้สื่อสารนโยบายเป็นหลัก ตรงข้ามกับ TikTok ที่แม้จะมีจำนวนข้อความเพียง 530 ข้อความ
แต่กลับสร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลด้วยยอดการมีส่วนร่วม (Engagement) สูงที่สุดกว่า 1.2 ล้านเอนเกจเมนต์
โดยเฉพาะคลิปสั้นประเภท "แคนดิเดตลงพื้นที่จริง" ที่กลายเป็นไวรัลได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ X (Twitter) ตามมาด้วยจำนวน 613 ข้อความ ทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำหรับการวิเคราะห์เชิงลึกและการถกเถียงด้านนโยบายอย่างเข้มข้น
ส่องเรตติ้ง 5 แคนดิเดต ใครคือผู้ครองใจชาวเน็ต?
อันดับ 1: ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (5.34 ล้านเอนเกจเมนต์)
แชมป์เก่าผู้ยังคงครองกระแสโซเชียลอย่างเบ็ดเสร็จ จุดแข็งไม่ได้มาจากงบโฆษณา แต่มาจาก "คอนเทนต์ชีวิตจริง" ที่ชาวเน็ตผลิต (UGC) และแชร์ต่อกันเอง
เช่น ภาพการลงพื้นที่ลุยน้ำท่วม แนะนำปัญหาของชาวบ้าน หรือการวิ่งออกกำลังกาย โดยชัชชาติสามารถเจาะตลาดได้ทั้ง Facebook (กลุ่มวัยทำงาน) และ TikTok (กลุ่มคนรุ่นใหม่/First-time voter) สะท้อนว่าภาพลักษณ์ที่จับต้องได้ยังคงเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุด
อันดับ 2: ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ (214K เอนเกจเมนต์)
ม้าพืดนอกสายตาที่น่าจับตามองที่สุดในกลุ่มผู้สมัครหน้าใหม่ มีค่าเฉลี่ยเอนเกจเมนต์ต่อโพสต์สูงถึง 544 ครั้ง (เป็นอันดับ 2 รองจากชัชชาติ)
คว้าส่วนแบ่งเอนเกจเมนต์ภาพรวมไป 3.6% กระแสของภาสพงศ์เติบโตเด่นชัดในกลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่มองหา "ทางเลือกใหม่" ที่ไม่ยึดติดกับพรรคการเมืองใหญ่
อันดับ 3: ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูลมหาสุข (197K เอนเกจเมนต์)
ครองส่วนแบ่งเอนเกจเมนต์อยู่ที่ 3.2% (เฉลี่ย 256 ครั้งต่อโพสต์) โดย ดร.มัลลิกา ประสบความสำเร็จในการเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับประเด็นด้าน "สิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต"
โดยเฉพาะการเสนอใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และวิกฤตจราจร ซึ่งตรงใจฐานเสียงเฉพาะกลุ่มที่กำลังมองหาทางออกของปัญหาเชิงโครงสร้าง
อันดับ 4: ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (165K เอนเกจเมนต์)
มีส่วนแบ่งเอนเกจเมนต์อยู่ที่ 2.7% แม้ค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ 104 ครั้งต่อโพสต์ แต่กระแสกลับพุ่งทะยานในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมตามความเข้มข้นของการดีเบตนโยบาย
ทั้งนี้ ดร.โจ มีค่า Sentiment อยู่ที่ -13 ซึ่งสะท้อนว่าเนื้อหาเต็มไปด้วยการวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถาม แต่ในมิติการเมืองนี่คือสัญญาณว่าเขาได้รับความสนใจจากสาธารณชนมากพอที่จะไม่ถูกมองข้าม
อันดับ 5: อนุชา บูรพชัยศรี (115K เอนเกจเมนต์)
ชูจุดขายภาพลักษณ์นักการเมืองระดับชาติผู้มีประสบการณ์บริหาร ข้อเด่นบนโลกออนไลน์คือการหยิบยกประเด็นพื้นฐานอย่าง "ทางเท้าและความสะอาด" มาสื่อสาร ซึ่งตรงกับความต้องการในชีวิตประจำวันของคนกรุง
5 ปัญหาเรื้อรังที่คนกรุง "ตะโกน" ดังที่สุดบนโลกออนไลน์
ตลอดระยะเวลา 22 วันของการเก็บข้อมูล (17 พฤษภาคม – 7 มิถุนายน 2569) เสียงบนโลกออนไลน์แสดงให้เห็นว่า ชาวเน็ตไม่ได้สนใจเพียงแค่ตัวบุคคล แต่สนใจแนวทางการแก้ไขปัญหาเมืองที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน 5 อันดับแรก ได้แก่:
ความทุจริตและความโปร่งใส (274 โพสต์): ประชาชนต้องการกลไกที่ตรวจสอบได้ และตั้งคำถามเรื่องความซื่อสัตย์ของแคนดิเดตเป็นอันดับแรกก่อนจะฟังนโยบาย
ฝุ่น PM2.5 และมลพิษ (266 โพสต์): สะท้อนความอัดอั้นต่อปัญหาสุขภาพ โดยชาวโซเชียลเรียกร้องการแก้ปัญหาเชิงระบบไม่ใช่แค่การแจกหน้ากาก
ทางเท้า ความสะอาด และขยะ (236 โพสต์): ปัญหาใกล้ตัวที่กระทบคุณภาพชีวิตประจำวัน เมืองที่น่าอยู่ต้องเริ่มจากสิ่งพื้นฐานที่จับต้องได้
ค่าครองชีพและเศรษฐกิจ (226 โพสต์): ปัญหาปากท้องของคนตัวเล็กในเมืองใหญ่ ท่ามกลางภาวะราคาสินค้าแพงและโอกาสทางเศรษฐกิจที่ลดลง
น้ำท่วมและระบบระบายน้ำ (208 โพสต์): ภาพจำซ้ำซากยามฝนตกที่แปรเปลี่ยนเป็นความอัดอั้นตันใจ และเสียงเรียกร้องการบริหารจัดการน้ำที่ยั่งยืน
ตัวเลขเอนเกจเมนต์และยอดโพสต์ทั้งหมดนี้ แม้จะเป็นเครื่องสะท้อน "กระแสความสนใจ" ได้เป็นอย่างดี แต่ทางไวซ์ไซท์ได้ออกข้อควรระวังว่า ปริมาณการพูดถึง (Share of Voice) ไม่ได้แปรผันตรงเป็นคะแนนเสียงในคูหาเสมอไป
ท้ายที่สุดแล้ว ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ พลังเสียงหน้าจอของชาวกรุงเทพมหานครจะเปลี่ยนเป็นพลังขับเคลื่อนเมืองที่แท้จริงได้ ก็ต่อเมื่อทุกคนก้าวเท้าออกไป "ใช้สิทธิ์กากบาท" ในคูหาเลือกตั้ง
(หมายเหตุ: อ้างอิงข้อมูลดาต้า Social Listening (Zocial Eye) โดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด / รายชื่อผู้สมัครและกำหนดการโดย กกต. ผ่านรายงานของ Thai PBS และไทยรัฐ / ข้อมูลโพลโดยสวนดุสิตโพลและนิด้าโพล)







