posttoday
“อนุชา” ชูจัดระเบียบสตรีทฟู้ด-ปราบต่างด้าวแย่งอาชีพ

“อนุชา” ชูจัดระเบียบสตรีทฟู้ด-ปราบต่างด้าวแย่งอาชีพ

30 พฤษภาคม 2569

อนุชาลงพื้นที่ตรอกหม้อ ชูจัดระเบียบสตรีทฟู้ด ปราบต่างด้าวแย่งอาชีพ ดันเรือ EV ลด PM2.5 เชื่อมขนส่งทั่วกรุงเทพฯ

KEY

POINTS

  • นายอนุชาเสนอแนวทางจัดระเบียบสตรีทฟู้ดไม่ให้กระทบทางเท้า พร้อมผลักดันให้เป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ
  • เตรียมแก้ปัญหาผู้ค้าต่างด้าวแย่งอาชีพ โดยจะนำระบบ QR Code มาใช้กำกับดูแลและตรวจสอบสิทธิผู้ค้าในจุดผ่อนผัน
  • ชูนโยบายด้านคมนาคมเชื่อมต่อ “ล้อ ราง เรือ” และผลักดันการใช้เรือไฟฟ้าในคลองสายหลักเพื่อลดปัญหามลพิษและฝุ่น PM 2.5

วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร ส.ก. เขตพระนคร ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่ตลาดตรอกหม้อ เขตพระนคร ก่อนเดินทางโดยเรือไฟฟ้าจากท่าเรือคลองผดุงกรุงเกษม ไปยังท่าเรือเทเวศร์เพื่อหาเสียงต่อ

 

นายอนุชา กล่าวว่า ตลาดตรอกหม้อเป็นหนึ่งในตลาดเก่าแก่ที่สะท้อนเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ซึ่งมีร้านอาหารชื่อดังจำนวนมาก และเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าสตรีทฟู้ดสามารถอยู่ร่วมกับความเป็นระเบียบของเมืองได้ หากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะเข้ามาจัดระเบียบพื้นที่ค้าขายให้ไม่กระทบต่อประชาชนที่ใช้ทางเท้า พร้อมผลักดันให้เป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ

 

นายอนุชา ระบุว่า หนึ่งในปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขคือกรณีผู้ค้าต่างด้าวที่เข้ามาแย่งอาชีพคนไทย โดย กทม. จะนำระบบ QR Code มาใช้กำกับดูแลจุดผ่อนผัน เพื่อให้สามารถตรวจสอบตัวตนผู้ได้รับสิทธิได้ทันที ป้องกันการลักลอบขายสิทธิหรือเช่าช่วง พร้อมประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว นายอนุชา กล่าวว่า กรุงเทพฯ มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาก เช่น ศาลเจ้าพ่อเสือ ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวสายมู จึงมีแนวคิดพัฒนาแอปพลิเคชันของ กทม. ให้เป็นศูนย์รวมข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และกิจกรรมสำคัญ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

 

ส่วนด้านคมนาคม นายอนุชา ชูนโยบายเชื่อมต่อระบบขนส่ง “ล้อ ราง เรือ” ให้เดินทางได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเตรียมผลักดันการเดินเรือไฟฟ้า EV ในคลองสายหลัก ได้แก่ คลองผดุงกรุงเกษม คลองภาษีเจริญ คลองลาดพร้าว และคลองแสนแสบ

 

สำหรับคลองแสนแสบ นายอนุชา มองว่าปัจจุบันยังใช้เรือเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาฝุ่น PM 2.5 จึงมีแผนขยายการให้บริการเรือไฟฟ้า EV ตลอดเส้นทาง แม้อาจไม่คุ้มค่าในเชิงธุรกิจช่วงแรก แต่ถือเป็นบริการสาธารณะที่เมืองต้องลงทุนเพื่อประชาชน พร้อมระบุว่าจะนำเส้นทางเดินเรือที่เคยยกเลิกไปกลับมาให้บริการอีกครั้ง และในอนาคตหากมีระบบขนส่งรูปแบบอื่นที่มีประสิทธิภาพกว่า ก็พร้อมปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสภาพเมือง

 

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังคงนำเสนอนโยบายที่แตกต่าง ทั้งการจัดการพื้นที่รกร้างว่างเปล่าเพื่อใช้ประโยชน์และลดปัญหาการเลี่ยงภาษีที่ดิน รวมถึงนโยบายปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง โดยเชื่อว่าจะสามารถดึงคะแนนจากฐานเสียงเดิมและกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ตัดสินใจ ซึ่งมีอยู่ราว 20% ให้กลับมาสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ได้

ข่าวล่าสุด

ทส. เร่งฟื้นหุบกะพง-ห้วยทรายใต้ แก้น้ำแล้งรับพระราชดำริ

ทส. เร่งฟื้นหุบกะพง-ห้วยทรายใต้ แก้น้ำแล้งรับพระราชดำริ