
"อภิสิทธิ์" ติงแลนด์บริดจ์ กระทบความมั่นคง หวั่นไทยกลายเป็นสมรภูมิขัดแย้งมหาอำนาจ
"อภิสิทธิ์" จี้รัฐบาลตั้ง กมธ. ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์มูลค่าล้านล้าน ชี้สร้างบนมายาคติที่เพิ่มต้นทุนขนส่ง 3 เท่า ทำลายท่องเที่ยว-สิ่งแวดล้อมภาคใต้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อสรุปญัตติด่วนขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินงานโครงการแลนด์บริดจ์ (เชื่อมโยงการขนส่งอ่าวไทย-อันดามัน) มูลค่ากว่า 1,000,000 ล้านบาท โดยระบุว่าโครงการนี้เกิดขึ้นจาก 5 มายาคติ และเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความจริงใจในการตั้ง กมธ. ขึ้นมาศึกษาอย่างรอบคอบ
นายอภิสิทธิ์ ชี้ว่า มายาคติแรกคือการหวังใช้พื้นที่ส่วนที่แคบที่สุดทดแทนช่องแคบมะละกา ซึ่งผลการศึกษาเกือบทั้งหมด (ยกเว้นของ สนข.) ยืนยันว่าไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ การกล่าวอ้างว่าลดเวลาขนส่งได้ 4 วันนั้น ไม่ได้คำนึงถึงขั้นตอนการขนย้ายสินค้าขึ้นลงระหว่างเรือและรถไฟสองฝั่ง ซึ่งนอกจากจะไม่ประหยัดเวลาแล้ว ยังเพิ่มต้นทุนการขนส่งให้สูงขึ้นถึง 3 เท่า
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังขาดการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างละเอียด นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมเห็นพ้องกันว่า เส้นทางนี้จะตัดผ่านพื้นที่มรดกโลก พื้นที่ชุ่มน้ำ และทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นทุนทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจในอนาคตของคนใต้ เช่น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและธุรกิจชีวภาพ รวมถึงการเดินเรือในฝั่งอันดามันจะทำลายศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดภาคใต้ทั้งหมด เช่น ภูเก็ต หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น
นายอภิสิทธิ์ ตั้งคำถามว่า ประชาชนในอีก 10 จังหวัดภาคใต้และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะได้รับประโยชน์อย่างไร เพราะโครงการนี้เชื่อมแค่ระนองถึงชุมพร และกลายเป็นเพียงทางผ่านขนส่งสินค้าของต่างชาติ โดยผู้ได้ประโยชน์จริงมีเพียงผู้รับเหมาและผู้กว้านซื้อที่ดินเก็งกำไรเท่านั้น พร้อมเสนอว่าหากรัฐบาลจริงใจ ควรนำงบประมาณไปใช้ในโครงการ "เชื่อมใต้เชื่อมโลก" ของพรรคประชาธิปัตย์ เช่น การสร้างมอเตอร์เวย์ถึงชายแดนใต้ รถไฟทางคู่เชื่อมมาเลเซีย และพัฒนาท่าเรือขนส่งสินค้า ซึ่งใช้งบประมาณน้อยกว่าและกระจายโอกาสให้คนใต้
ในด้านการลงทุน นายอภิสิทธิ์ระบุว่าโครงการนี้ไม่คุ้มทุนจนต้องง้อต่างชาติด้วยเงื่อนไขพิเศษ เช่น การให้เช่าที่ดินระยะยาว และอาจต้องดึงอุตสาหกรรมหนักหรือปิโตรเคมีเข้ามา ซึ่งสวนทางกับยุทธศาสตร์พื้นที่ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงและภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากสหรัฐฯ และจีนกำลังมีความขัดแย้งรุนแรงในทะเลจีนใต้ หากไทยเดินหน้าโครงการนี้ พื้นที่ดังกล่าวอาจกลายเป็นสมรภูมิแย่งชิงของมหาอำนาจคล้ายคลึงกับคลองปานามาหรือช่องแคบฮอร์มุซ โดยเฉพาะในขั้นตอนร่วมทุน (PPP) ที่บริษัทจีนอาจเข้ามาควบคุมการเดินเรือ
นายอภิสิทธิ์ สรุปในตอนท้ายว่า โครงการแลนด์บริดจ์ถือเป็นเมก้าโปรเจกต์ที่ทำแบบ "ลับ ๆ ล่อ ๆ" ไม่ปรากฏในนโยบายรัฐบาลที่แถลงไว้ การที่ สส. ฝ่ายรัฐบาลปฏิเสธการตั้งกรรมาธิการ ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงพิรุธ ความไม่ชอบมาพากล และสุ่มเสี่ยงต่อการมีผลประโยชน์แอบแฝงเพื่อเอื้อประโยชน์ให้คนกลุ่มเดียว จึงขอเรียกร้องให้สภาฯ อนุมัติการตั้งคณะกรรมาธิการฯ เพื่อตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดรอบคอบเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน







