
ส้มฉะน้ำเงิน ปมแจก TH-AI Passportพันล้าน ล็อกสเปก คำชี้แจงตอบไม่เคลียร์
สส.พรรคประชาชนจี้ถามรมวดีอีปมโครงการไทยเอไอพาสปอร์ตมูลค่า1600ล้านบาทส่อพิรุธล็อกสเปกเอื้อทุนพวกพ้อง ด้านไชยชนกยันโปร่งใสพร้อมท้าสตง.ตรวจสอบ
KEY
POINTS
- พรรคประชาชนตั้งกระทู้ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1.6 พันล้านบาท โดยชี้พิรุธหลายประเด็น ทั้งการอนุมัติที่รวดเร็วผิดปกติ และการล็อกสเปกที่เอื้อประโยชน์ให้เอกชน
- มีการตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มบริษัทที่ชนะการประมูลเป็นกลุ่มเดียวกับที่เข้ามากำหนดราคากลาง และมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนที่ใกล้ชิดพรรคภูมิใจไทยซึ่งกำกับดูแลกระทรวง
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ชี้แจงว่าโครงการโปร่งใส ดำเนินการตามกฎหมายผ่านระบบ e-bidding และมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อเพิ่มอัตราการเข้าถึง AI ของคนไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามสดถึงความโปร่งใสของโครงการ Thailand AI Passport มูลค่ากว่า 1,600,000,000 บาท ซึ่งมีเป้าหมายแจกสิทธิการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับมืออาชีพให้แก่ประชาชนจำนวน 5,000,000 คน โดยตั้งข้อสังเกตว่าโครงการนี้มีกระบวนการเร่งรัดผิดปกติ อนุมัติเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์กองทุนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
นอกจากนี้ ยังพบข้อพิรุธว่ากลุ่มบริษัทที่ชนะการประมูลเป็นกลุ่มเดียวกับที่เข้ามาวางราคากลางไว้ตั้งแต่ต้น และเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางเพียง 1.5% เท่านั้น อีกทั้งยังพบความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนใกล้ชิดพรรคการเมืองที่ได้รับงานในโครงการอื่น ๆ ของกระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยกำกับดูแล และมีลักษณะผลประโยชน์ทับซ้อนในการเสนอของบประมาณ ทางฝ่ายพรรคประชาชนจึงได้เรียกร้องให้เลื่อนการเปิดลงทะเบียนในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ออกไปก่อน เพื่อให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ามาตรวจสอบความโปร่งใส
นายภาวุธ ระบุด้วยว่า 4 ข้อบังเอิญอันน่าเคลือบแคลงในโครงการ TH-AI Passport ประกอบด้วย
1. กลุ่มบริษัทผู้กำหนดราคากลาง ร่วมประกวดราคาและชนะการประกวดราคา
กลุ่มบริษัทที่มีรายชื่อเป็นผู้ร่วมกำหนดราคากลาง ได้เข้าร่วมการประกวดราคาและเป็นผู้ชนะการประกวดราคาในโครงการนี้ด้วย
2. ข้อกำหนดขอบเขตของงาน (TOR) ส่อไปในทางกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ (ล็อกสเปก)
มีการกำหนดเงื่อนไขในข้อกำหนดขอบเขตของงาน (TOR) ให้เอื้อประโยชน์ต่อการประชาสัมพันธ์ผ่านจอแสดงผลของร้านสะดวกซื้อโดยเฉพาะ
3. ความเชื่อมโยงกับงานประกวดราคาของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
งานประกวดราคาของกระทรวง อว. มีบริษัท 3 แห่งเป็นผู้ร่วมกำหนดราคากลาง ซึ่งพบว่าเป็นกลุ่มบริษัทเดียวกันกับที่ดำเนินโครงการ TH-AI Passport
4. กลุ่มบริษัทผู้ชนะโครงการนี้ เป็นผู้ชนะโครงการการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก (โมโตจีพี) ด้วย
กลุ่มบริษัทที่ได้รับคัดเลือกให้ดำเนินโครงการนี้ ยังเป็นกลุ่มบริษัทเดียวกันกับที่ชนะการประกวดราคาในโครงการจัดการแข่งขันรถโมโตจีพีอีกด้วย
ด้าน นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงตอบโต้ว่า โครงการนี้ดำเนินการตามกฎหมายครบถ้วนผ่านระบบการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ซึ่งเป็นระบบเปิดแข่งขันอย่างเป็นธรรม
โดยกระบวนการทั้งหมดเริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 และมีการทำประชาพิจารณ์ร่างขอบเขตของงาน (TOR) ในเดือนธันวาคม รวมระยะเวลาดำเนินการนานกว่า 5 เดือน ไม่ใช่ 34 วันตามที่ถูกกล่าวหา
สำหรับความเป็นมาของโครงการนี้ เกิดจากความจำเป็นเร่งด่วนเนื่องจากประเทศไทยมีอัตราการเข้าถึงปัญญาประดิษฐ์ต่ำเพียง 10.7% เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศสิงคโปร์หรือประเทศเวียดนาม
การจัดซื้อผ่านตัวกลางในประเทศไทยจัดทำขึ้นเพื่อรักษาอธิปไตยด้านข้อมูล ไม่ให้ข้อมูลของประชาชนถูกส่งไปประมวลผลที่ต่างประเทศ โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพียง 27 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งถือว่าคุ้มค่าและโปร่งใส พร้อมเปิดให้ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน.







