
คปท.บุกสภา จี้ฝ่ายค้านเร่งส่งศาลฎีกาไต่สวน ป.ป.ช.ปมยกคำร้องคดีศักดิ์สยาม
คปท.ยื่นฝ่ายค้านเร่งประธานสภาฯ ส่งศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช. ปมยกคำร้องคดีศักดิ์สยาม ด้าน นพ.วาโย ชี้วิญญูชนรู้ว่ามีมูล
KEY
POINTS
- กลุ่ม คปท. ยื่นหนังสือถึงผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อเรียกร้องให้เร่งส่งเรื่องให้ศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนการทำงานของ ป.ป.ช.
- สาเหตุหลักมาจากการที่ ป.ป.ช. มีมติยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซึ่ง คปท. มองว่าเป็นการทำลายคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
- ฝ่ายค้านตอบรับ โดยระบุว่ากำลังจัดทำคำร้องเพื่อยื่นต่อประธานรัฐสภา และคาดว่าจะดำเนินการได้ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน
เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. ยื่นหนังสือต่อผู้นำฝ่ายค้านและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ขอให้เร่งดำเนินการผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณียกคำร้องคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ปมซุกหุ้น
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี รับยื่นหนังสือจากนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท.
นายพิชิตกล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้มีเป้าหมายให้สมาชิกรัฐสภายื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ เพื่อส่งศาลฎีกา กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติยกคำร้องนายศักดิ์สยามในข้อหาซุกหุ้น ซึ่ง คปท. เห็นว่าเป็นการทำลายคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
นายพิชิตระบุว่า รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้สมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อยื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ เพื่อส่งต่อไปยังศาลฎีกา ให้ตั้งองค์คณะไต่สวนอิสระตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ โดยเฉพาะกรณีนายศักดิ์สยาม ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ และศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยอย่างละเอียดกว่า 50 หน้า
นายพิชิต ระบุเพิ่มเติมด้วยว่า เมื่อทราบว่าฝ่ายค้านเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา คปท. จึงมาทำหน้าที่เร่งรัดให้ฝ่ายค้านดำเนินการโดยเร็ว
ด้าน นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำคำร้องว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำคำร้อง ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เดิมตั้งใจยื่นภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม แต่เมื่อประชาชนให้ความสนใจและส่งข้อมูลข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเข้ามา จึงต้องนำข้อมูลเหล่านั้นมาประกอบคำร้อง
นพ.วาโยคาดว่า คำร้องจะแล้วเสร็จและยื่นต่อประธานรัฐสภาได้ช่วงต้นเดือนมิถุนายน โดยข้อเท็จจริงที่นำมาประกอบคำร้องเป็นข้อมูลที่มีข้อยุติแล้ว รวมถึงข้อเท็จจริงที่ปรากฏในกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. และระยะเวลาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ใช้พิจารณาคำร้องดังกล่าว
นพ.วาโยยืนยันหลักการว่า ป.ป.ช. ไม่ได้มีหน้าที่พิพากษาหรือวินิจฉัยคดี เพราะเป็นหน้าที่ของศาล แต่ ป.ป.ช. มีสถานะเป็นเจ้าพนักงานสอบสวน มีหน้าที่ไต่สวนมูลคดีและส่งเรื่องต่อศาล หากพบว่าคดีมีมูล
“จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ วิญญูชนก็คาดหมายได้ว่ามีมูล ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงมีมูล ป.ป.ช. ก็ควรส่งเรื่องเข้าสู่ศาล ให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัย เพราะ ป.ป.ช. ไม่สามารถเป็นผู้พิพากษาได้ แต่ ป.ป.ช. สามารถเป็นผู้พิพากษาได้ในกรณีที่ไม่ส่ง คือการยกฟ้อง” นพ.วาโยกล่าว
นพ.วาโยกล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการยกร่างคำร้องใหม่ กรณีขอให้ประธานสภาฯ ส่งศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในประเด็นคลิปเสียงของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ซึ่งเคยยื่นในสมัยประชุมที่แล้ว แต่ถูกปัดตกก่อนยุบสภา โดยจะนำข้อเท็จจริงใหม่มาประกอบ เพื่อให้ประธานรัฐสภาคนใหม่วินิจฉัย
นายสาทิตย์กล่าวขอบคุณ คปท. ที่ทำหน้าที่ภาคประชาชนในการรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน พร้อมยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด และหลังจากนี้จะยื่นคำร้องแยกตามกฎหมาย ป.ป.ช. เพื่อให้ ป.ป.ช. พิจารณาประเด็นที่ยังไม่ได้วินิจฉัยในกรณีนายศักดิ์สยามเพิ่มเติม
นายสาทิตย์กล่าวด้วยว่า คปท. ยังได้ยื่นให้ติดตามการเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ติดตามเรื่องนี้อยู่แล้ว
นพ.วรงค์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ และวิปฝ่ายค้านเห็นตรงกันว่าจะต้องขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว
ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า พร้อมสนับสนุนเรื่องนี้เท่าที่ทำได้ แม้มีเพียงเสียงเดียว พร้อมระบุว่ายังมีอีกเรื่องที่ต้องการผลักดัน คือคดีเขากระโดง ซึ่งเป็นสมบัติของชาติที่ต้องรักษาไว้ จึงอยากให้พรรคประชาชนสนับสนุนกรณีนี้ด้วย
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่ติดขัดต่อการใช้อำนาจของสมาชิกรัฐสภาในการตรวจสอบองค์กรอิสระ หากเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พร้อมย้ำว่า ตราบใดที่เป็นประโยชน์ของประเทศก็สามารถร่วมมือกันได้เสมอ อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนยังให้ความสำคัญกับการระมัดระวังไม่ให้องค์กรอิสระขยายอำนาจล้ำเขตแดนตัวแทนของประชาชนด้วยเช่นกัน







