
ครม.เคาะ 1,300 ล้านซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 กสทช.จ่อถกบอร์ดรับแผนงาน
มติครม.อนุมัติงบ 1,300 ล้านบาท ให้ กสทช. ดำเนินการจัดซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 เพื่อให้คนไทยได้รับชมฟรี
KEY
POINTS
- คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณ 1,300 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026
- กสทช. เตรียมนำเรื่องเข้าที่ประชุมบอร์ดเพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณจากกองทุน กทปส. หลังกรมประชาสัมพันธ์เสนอแผนงาน
- การอนุมัติงบประมาณครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้คนไทยสามารถรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกได้ฟรี
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติอนุมัติงบประมาณ 1,300 ล้านบาท ให้ กสทช. จัดซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 เพื่อให้คนไทยได้รับชมฟรี โดยประธาน กสทช. เผยรอทางกรมประชาสัมพันธ์เสนอแผนขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน กทปส. เพื่อนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดพิจารณาตามระเบียบต่อไป
นายอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดเผยว่า ครม.มีมติรับทราบให้กรมประชาสัมพันธ์ เป็นผู้ประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เกี่ยวกับการจัดให้มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 19 กรกฎาคม 2569 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหรัฐเม็กซิโก
“รัฐบาลจะพยายามทำให้ดีที่สุด โดยวันนี้ ครม.ได้รับทราบและให้กรมประชาสัมพันธ์ ประสานงานและร่วมมือกับทาง กสทช. และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พยายามทำให้เกิดขึ้นให้ได้เหมือนทุกครั้ง” นายอนุทิน ระบุ
เมื่อถามว่า รัฐบาลจะเป็นผู้ซื้อลิขสิทธิ์เองหรือไม่หรือให้ภาคเอกชนซื้อเอง นายกฯ กล่าวว่า ในรายละเอียดขอให้ผู้รับผิดชอบชี้แจง เมื่อถามย้ำว่า คนไทยได้ดูบอลฟรีไหมนายกฯ กล่าวสั้น ๆ ว่า “คงต้องฟรี”
รัฐควักงบพันล้านคืนความสุขคอบอล กสทช. ย้ำต้องผ่านมติบอร์ดพิจารณา
นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ว่า กรมประชาสัมพันธ์จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการจัดทำแผนงานเพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับการถ่ายทอดสดครั้งที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบรายละเอียดวงเงินที่แน่ชัด และต้องรอให้มีการเสนอแผนอย่างเป็นทางการก่อน จึงจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด กสทช. ได้
ช่องโหว่กฎ Must Have และภาระงบประมาณ
ก่อนหน้านี้ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ระบุว่าขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน ต้องรอผลมติ ครม. เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติ ส่วนแหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช. ให้ความเห็นว่า การพิจารณาอนุมัติงบประมาณขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกรรมการแต่ละท่าน โดยต้องพิจารณาความเหมาะสมของวงเงินและวัตถุประสงค์ของกองทุนที่มีอยู่หลากหลาย
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่ากังวลเนื่องจากปัจจุบัน กสทช. ได้นำฟุตบอลโลกออกจากหลักเกณฑ์การแพร่ภาพกระจายเสียงรายการโทรทัศน์ที่สำคัญ (Must Have) แล้ว ทำให้ภาคเอกชนอาจไม่จูงใจในการลงทุนเนื่องจากลิขสิทธิ์มีราคาสูงถึง 1,500-1,600 ล้านบาท ซึ่งเสี่ยงต่อการขาดทุน ขณะที่การสนับสนุนจากรัฐในครั้งก่อนที่ประเทศกาตาร์จำนวน 600 ล้านบาท ยังคงมีปัญหาข้อกฎหมายและการเรียกร้องเงินคืนกับทางการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่ยังไม่ข้อยุติ
อุปสรรคด้านข้อกฎหมายและแนวทางระดมทุน
สำหรับสาเหตุที่รัฐบาลไม่ใช้กลไกของ กกท. ในการดำเนินการครั้งนี้ คาดว่าเป็นเพราะข้อจำกัดทางกฎหมายของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติที่ไม่สามารถสนับสนุนงบประมาณได้ เนื่องจากไม่มีนักกีฬาไทยเข้าร่วมการแข่งขันในรอบสุดท้าย ดังนั้น ทิศทางหลังจากนี้จึงต้องรอความชัดเจนจากแผนของกรมประชาสัมพันธ์ว่าจะมีการระดมทุนจากภาคเอกชนเข้ามาเสริมเพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐได้มากน้อยเพียงใด ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่เน้นย้ำถึงการแสวงหาความร่วมมือจากภาคธุรกิจร่วมด้วย







