
อภิสิทธิ์แจงยื่นศาลรธน.ตีความพ.ร.ก. กู้เงิน4แสนล้านปมเลี่ยงตรวจสอบ
อภิสิทธิ์ แจงปชป.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านชี้ขาดความจำเป็นเร่งด่วน กางข้อมูลโต้ภาวะวิกฤต ตัวเลขเศรษฐกิจยังบวก แนะลดภาษีสรรพสามิตแก้ตรงจุดกว่า
KEY
POINTS
- นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยสถานะของ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
- ให้เหตุผลว่าการออก พ.ร.ก. อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากขาดความจำเป็นเร่งด่วนและเป็นการหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบของรัฐสภา
- เสนอทางออกให้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันแทนการกู้เงิน ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้งบประมาณน้อยกว่าและโปร่งใสกว่า
ชี้ขาดความจำเป็นเร่งด่วน เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
เมื่อวันที่ 11พ.ค.2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงจุดยืนคัดค้านการตราพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินวงเงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงาน โดยระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยพรรคประชาธิปัตย์และพรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยสถานะของกฎหมายฉบับนี้โดยเร็ว
กางข้อมูลโต้ภาวะวิกฤต ยันตัวเลขเศรษฐกิจยังเป็นบวก
นายอภิสิทธิ์ระบุว่า โครงการสัดส่วนกว่า 2 แสนล้านบาท ไม่เข้าข่ายเงื่อนไขความมั่นคงทางเศรษฐกิจตามมาตรฐานสากล เมื่อพิจารณาจากแถลงการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่าดัชนีทางเศรษฐกิจ ทั้งการส่งออก การลงทุน และการบริโภคภาคเอกชนยังคงมีอัตราการเติบโตที่เป็นบวก รวมถึงการจัดเก็บรายได้ของรัฐยังเป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งแตกต่างจากบริบทการออก พ.ร.ก. กู้เงินในอดีตอย่างสิ้นเชิง ดังนี้
- วิกฤตต้มยำกุ้ง: ทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับต่ำสุดและเศรษฐกิจหดตัวรุนแรง
- วิกฤตปี 2552: ภาคการส่งออกติดลบหนักและเผชิญภาวะเลิกจ้างงานจำนวนมาก
- วิกฤตโควิด-19: กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงักในวงกว้าง
เสนอทางเลือก "ลดภาษีสรรพสามิต" แก้ปัญหาตรงจุด
พรรคประชาธิปัตย์เสนอทางออกที่คล่องตัวและโปร่งใสกว่า โดยเน้นการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนได้ทันทีและใช้งบประมาณเพียง 6 หมื่นล้านบาทต่อระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งน้อยกว่าการกู้เงิน 2 แสนล้านบาทหลายเท่าตัว
อีกทั้งยังเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดโดยไม่ต้องหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบของรัฐสภาผ่านการตรากฎหมายพิเศษที่สร้างภาระหนี้สาธารณะระยะยาวแก่ประเทศโดยไม่จำเป็น







