
"ปกรณ์วุฒิ" บุก ป.ป.ช. ทวงเปิดสำนวนคดี "ศักดิ์สยาม" จี้แสดงความโปร่งใส
"ปกรณ์วุฒิ" ยื่นหนังสือจี้ ป.ป.ช. เปิดหลักฐานไต่สวนคดี "ศักดิ์สยาม" ปมซุกหุ้นบุรีเจริญฯ หลังยกคำร้อง ชี้ศาลปกครองเคยมีบรรทัดฐานให้เปิดเผยข้อมูลได้เพื่อความโปร่งใส
8 พฤษภาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางเข้ายื่นหนังสือตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร 2540 เพื่อขอตรวจดูและขอสำเนาเอกสารหลักฐานทั้งหมดในคดีที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ถูกกล่าวหาว่าจงใจปกปิดทรัพย์สิน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ซึ่ง ป.ป.ช. ได้มีมติยกคำร้องไปก่อนหน้านี้
เปิด 6 รายการหลักฐานที่ขอตรวจสอบ
นายปกรณ์วุฒิ ระบุว่าเอกสารที่ขอเข้าถึงประกอบด้วยสาระสำคัญ 6 รายการ ได้แก่
1.รายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด
2.บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายศักดิ์สยาม
3.คำชี้แจงของนายศักดิ์สยาม ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.
4.ความเห็นของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคนที่รับผิดชอบสำนวน
5.รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้อง
6.คำวินิจฉัยหรือมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ชี้บรรทัดฐานศาลปกครองสูงสุด ข้อมูลที่ตัดสินแล้วต้องเปิดเผย
นายปกรณ์วุฒิย้ำว่า กรณีนี้เคยมีบรรทัดฐานจากคดี "นาฬิกายืมเพื่อน" ซึ่งศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้เปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ร้อง โดยระบุว่าข้อมูลที่ผ่านการวินิจฉัยจนเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว ถือว่ายกเลิกชั้นความลับ และการเปิดเผยจะช่วยแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นผลดีต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระเอง
"ผมคาดหวังว่า ป.ป.ช. จะไม่ยกอ้าง พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล หรือชั้นความลับมาหน่วงเวลาอีก เพราะมีแนวคำพิพากษาชัดเจนแล้วว่าข้อมูลเหล่านี้เปิดเผยได้ เพื่อความยึดโยงกับประชาชนในการตรวจสอบการทำงาน" นายปกรณ์วุฒิกล่าว
กังขาการพิจารณาหลักฐานและการพิสูจน์เจตนา
นอกจากนี้ นายปกรณ์วุฒิยังตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในขั้นตอนการไต่สวน โดยต้องการตรวจสอบว่าเอกสารที่ ป.ป.ช. ใช้ แตกต่างจากพยานหลักฐานในชั้นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากมีหลักฐานสำคัญที่ศาลรัฐธรรมนูญใช้แต่ ป.ป.ช. กลับไม่ได้นำมาพิจารณา จะถือเป็นประเด็นที่ต้องตั้งคำถามอย่างหนัก
ในส่วนของการพิสูจน์เจตนา นายปกรณ์วุฒิชี้ว่าการยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จต้องพิจารณาเจตนา ณ วันที่ยื่นเมื่อปี 2562 พฤติกรรมที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่สามารถนำมาอ้างย้อนหลังได้ การยกคำร้องด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงมองว่าไม่สมเหตุสมผล และทิ้งท้ายถึงความกังวลต่อ "ระบอบสีน้ำเงิน" ที่อาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระขององค์กรตรวจสอบในปัจจุบัน







