
ปชป. พร้อมรบ! ส่ง สก. ครบ 50 เขต จ่อเปิดตัวชิงผู้ว่าฯ กทม. กลางเดือนนี้
'ประชาธิปัตย์' ส่งผู้สมัคร สก. ครบทุกเขต ชูส่วนผสมคนเก่าและคนใหม่ มั่นใจกระแส "อภิสิทธิ์" ดันปักธงกรุงเทพฯ พร้อมเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.กลางเดือนนี้
5 พฤษภาคม 2569 นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมเลือกตั้งท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่าในช่วงเย็นวันนี้ คณะกรรมการบริหารพรรคจะอนุมัติรายชื่อผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) อีก 5 เขตที่เหลือ ได้แก่ เขตดุสิต, บางนา, หนองแขม, สายไหม และบางเขน ส่งผลให้พรรคส่งผู้สมัครครบทั้ง 50 เขต
กลยุทธ์ผสมผสาน สก. 50 เขต
สำหรับรายชื่อผู้สมัคร สก. ทั้ง 50 เขต เป็นการผสมผสานระหว่าง:
- อดีต สก. ประมาณ 13 คน : ทั้งจากพรรคประชาธิปัตย์เดิมและพรรคอื่น
- กลุ่มคนรุ่นใหม่ : ที่มีความตั้งใจและแนวทางการทำงานสอดคล้องกับพรรค
นายสกลธีชี้แจงกรณีอดีตคนทำงานจากพรรคเพื่อไทยย้ายมาร่วมงานว่า เนื่องจากพรรคเพื่อไทยไม่ได้ส่งตัวแทนลงเลือกตั้ง สก. ในปีนี้ บุคคลดังกล่าวจึงประสานขอลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพรรคได้คัดเลือกตามเกณฑ์คุณสมบัติที่กำหนด
ความมั่นใจภายใต้การนำของ "อภิสิทธิ์"
นายสกลธี เชื่อว่าการที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะส่งผลให้ความนิยมในพื้นที่กรุงเทพฯ เพิ่มสูงขึ้น และช่วยให้พรรคสามารถปักธงในหลายพื้นที่ได้มากกว่าเดิม ประกอบกับตนเองเคยดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. จึงเห็นศักยภาพการทำงานของผู้สมัครแต่ละคนเป็นอย่างดี
จ่อเปิดตัว "ผู้ว่าฯ กทม." กลางเดือนพฤษภาคม
ในส่วนของผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ โดยมีกระบวนการคัดเลือกและทาบทามผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 7 คน ตลอดช่วง 2-4 เดือนที่ผ่านมา จนได้บุคคลที่ตอบโจทย์ที่สุด ซึ่งมีคุณสมบัติดังนี้
1.มีประสบการณ์ทางการเมืองและงานบริหารภาคเอกชน
2.มีความสามารถในการประสานงานกับรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อแก้ปัญหาเมือง
3. มีอิสระในการทำงานตามแนวทางของพรรคเพื่อตอบโจทย์ประชาชน
วิเคราะห์คู่แข่งและช่องว่างการพัฒนา
เมื่อถามถึงผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบัน นายสกลธี ยอมรับว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวเนื่องจากได้รับความนิยมจากประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม ตลอด 4 ปีที่ผ่านมายังพบจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุง เช่น
-ระบบความปลอดภัย: จำนวนกล้อง CCTV ที่ยังน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่อย่างเซินเจิ้น
-ระบบขนส่ง: ขาดการพัฒนาโครงข่าย Feeder ขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก
นายสกลธีย้ำว่า พรรคพร้อมนำประสบการณ์จากการทำงานที่ผ่านมา มาปรับใช้เพื่อพัฒนากรุงเทพฯ ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมอย่างเป็นรูปธรรม







