
“พริษฐ์” ห่วง พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน เยียวยาหว่านแห แนะ ควรเป็นพ.ร.บ.
“พริษฐ์” กังวล พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หวั่นมาตรการเยียวยาไม่พุ่งเป้า - สุ่มเสี่ยงตีเช็คเปล่าโครงการพลังงาน แนะควรทำเป็น พ.ร.บ. เพื่อความโปร่งใส
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงถึงวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ โดยระบุว่าอยากให้ประชาชนร่วมจับตามติ ครม. ว่าจะมีการยืนยันกฎหมายฉบับใดที่ค้างมาจากสภาชุดที่แล้วบ้าง ซึ่งฝ่ายค้านมองว่ามีหลายฉบับที่สำคัญต่อการแก้ปัญหาประชาชนอาทิ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด และ ร่าง พ.ร.บ. PRTR เพื่อแก้ปัญหา PM 2.5, ร่าง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า เพื่อแก้ปัญหาผูกขาดและลดค่าครองชีพ รวมถึง ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เพื่อยกระดับสิทธิสวัสดิการสู่มาตรฐานสากล ทั้งนี้หากฉบับใดไม่ได้รับการยืนยัน ฝ่ายค้านจะดำเนินการสอบถามและทำคำชี้แจงเพื่อให้ ครม. ทบทวนภายในกรอบ 60 วัน
กังวล พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน สุ่มเสี่ยง "ตีเช็คเปล่า"
นายพริษฐ์กล่าวถึงกรณี พ.ร.ก. กู้เงิน จำนวน 4 แสนล้านบาท** ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. โดยแบ่งวงเงินเป็น 2 ส่วน คือ
1. วงเงิน 2 แสนล้านบาท เพื่อเยียวยาวิกฤติพลังงาน
ฝ่ายค้านกังวลว่าโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" มีลักษณะหว่านแห ไม่พุ่งเป้าไปยังกลุ่มที่เดือดร้อนที่สุด และระบบลงทะเบียนแบบใครมาก่อนได้ก่อนอาจทำให้เกิดการตกหล่น โดยเฉพาะภาคขนส่งและภาคประมง อีกทั้งการให้ประชาชนออกเงินเอง 40% อาจไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ต้องการลดค่าครองชีพ
2. วงเงิน 2 แสนล้านบาท โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
นายพริษฐ์ตั้งคำถามถึงความจำเป็นเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ และมองว่าควรจัดทำเป็น พ.ร.บ. เพื่อเสนอเข้าสภาตามปกติ เพื่อเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบรายละเอียดได้อย่างโปร่งใส ไม่ใช่การฉวยโอกาสนำมารวมใน พ.ร.ก. กู้เงิน ซึ่งสุ่มเสี่ยงจะเป็นการตีเช็คเปล่าและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
จับตาความคุ้มค่าโครงการ "แลนด์บริดจ์"
นอกจากนี้ ฝ่ายค้านยังแสดงความกังวลต่อ โครงการแลนด์บริดจ์ ทั้งในแง่ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความโปร่งใส เนื่องจากไม่ได้อยู่ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลแต่กลับมีการดำเนินการอย่างเร่งรัด โดยชวนประชาชนจับตา "ร่าง พ.ร.บ.เอสอีซี (SEC)" ที่มีเนื้อหาคล้าย พ.ร.บ.อีอีซี (EEC) เดิม ซึ่งฝ่ายค้านเตรียมเสนอญัตติตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบจากกฎหมายอีอีซี เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำรอย ทั้งเรื่องเม็ดเงินลงทุนที่ไม่เป็นไปตามเป้า และผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในพื้นที่ โดยต้องติดตามว่า ครม. จะให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.เอสอีซี ในเร็วๆ นี้หรือไม่ เนื่องจากมีการจัดทำมาตั้งแต่สภาชุดก่อนหน้าแล้ว







