
“ณัฐพงษ์” ถามปม “เสี่ยตือ” กักตุนน้ำมัน จี้นายกฯ อย่าสองมาตรฐาน
พรรคประชาชนเปิด 5 ข้อพิรุธสายสัมพันธ์เครือข่ายทุนเทา-คลังน้ำมันเถื่อนเพชรบุรี โยง “พิพัฒน์-เสี่ยตือ” จี้นายกฯ อย่าสองมาตรฐานละเว้นพวกพ้อง
30 เม.ย. 2569 ณ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามสดต่อนายกรัฐมนตรี กรณีความเกี่ยวข้องของบุคคลในรัฐบาลกับการกักตุนน้ำมันและเครือข่ายทุนเทา โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รองนายกรัฐมนตรี) เป็นผู้ตอบแทน แต่ท้ายที่สุดได้มอบหมายต่อให้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มาปฏิบัติหน้าที่แทน ซึ่งนายณัฐพงษ์ระบุว่าประเด็นนี้ต้องถามโดยตรงต่อบุคคลระดับสูงเท่านั้น จึงขอใช้สิทธิตั้งกระทู้ลอยไว้ล่วงหน้า
เปิด 5 "เหตุบังเอิญ" โยงเครือข่ายทุนเทา
นายณัฐพงษ์ระบุถึงความผิดปกติจากการตรวจคลังน้ำมันใน จ.เพชรบุรี ที่เชื่อมโยงกับ "เสี่ยตือ" โดยตั้งข้อสังเกต 5 ประเด็นหลัก ดังนี้
1.คลังน้ำมันมูลค่าสูงผิดปกติ: มีการขายคลังน้ำมันให้บริษัทลูกของบางจากในปี 2566 มูลค่า 9,000 ล้านบาท ทั้งที่ประเมินไว้เพียง 5,000 ล้านบาท
2.ธุรกิจคาสิโน: เสี่ยตือเป็นเจ้าของคาสิโนหลายแห่งในกัมพูชา ซึ่งอาจพัวพันกับเครือข่ายสแกมเมอร์ที่เตรียมเข้าซื้อหุ้นบางจาก
3.คดีฟอกเงิน: บุตรชายเสี่ยตือเคยถูกออกหมายจับคดีฟอกเงินและเว็บพนัน และมีข้อมูลเรื่องความพยายามติดสินบน 40 ล้านบาทเพื่อยุติคดี
4.การกักตุนน้ำมัน: บุตรสาวเสี่ยตือถือหุ้นในบริษัทน้ำมันที่ จ.อ่างทอง ซึ่งกำลังถูก DSI สอบสวนเรื่องการลักลอบกักตุนน้ำมัน
5.สายสัมพันธ์รัฐบาล: นายพิพัฒน์ยอมรับว่าเสี่ยตือเป็นเพื่อน และมีข้อมูลเรื่องสัญญาปล่อยกู้เงินกว่า 100 ล้านบาทให้กับเครือข่ายดังกล่าว
จี้นายกฯ เลิก "สองมาตรฐาน"
นายณัฐพงษ์ได้ตั้งคำถามถึงนายกรัฐมนตรี โดยเปรียบเทียบกับกรณีที่เคยให้ นายวรภัค ธันยาวงษ์ ลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากมีข่าวพัวพันทุนเทา แต่ในกรณีของนายพิพัฒน์ซึ่งยอมรับต่อสื่อว่าเป็นเพื่อนกับเสี่ยตือและมีข้อสงสัยเชื่อมโยงอาชญากรข้ามชาติ นายกรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างไร หรือจะเลือกปฏิบัติเพียงเพราะนายพิพัฒน์เป็นกำลังหลักของพรรคร่วมรัฐบาล
ทางด้าน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงสั้นๆ ว่าประเด็นดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมโดยตรง แต่จะรับเรื่องเพื่อนำเรียนนายกรัฐมนตรีต่อไป พร้อมระบุว่าเรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนของ DSI ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะเป็นผู้ตอบได้ชัดเจนที่สุด







