"คมนาคม" อัดฉีด 2 พันล้าน พยุงผลกระทบ “ค่าโดยสาร - ราคาสินค้า”
กางรายละเอียด "คมนาคม" อัดฉีด 2 พันล้าน ช่วยผู้ประกอบการขนส่ง พยุงผลกระทบ “ค่าโดยสาร - ราคาสินค้า” ให้มีรถโดยสารสาธารณะเดินทางและรถขนส่งสินค้าบริการอย่างต่อเนื่อง
กระทรวงคมนาคม เคาะมาตรการช่วยเหลือเยียวยากลุ่มผู้ประกอบการขนส่งและรถโดยสารสาธารณะ วงเงินกว่า 2,060 ล้านบาท ด้านกรมการขนส่งทางบกเตรียมเปิดลงทะเบียน วันที่ 16 - 19 เมษายน นี้ ย้ำเป้าหมายสูงสุดคือการปกป้องประชาชนจากวิกฤตพลังงาน ตรึงค่าครองชีพไม่ให้สูงขึ้น และยืนยันมีรถโดยสารสาธารณะให้บริการเพียงพอและต่อเนื่อง
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (11 เมษายน 2569) และเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งโดยสารสาธารณะและรถบรรทุกขนส่งสินค้า วงเงินรวม 2,060 ล้านบาท นั้น กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้รับมอบหมายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยย้ำว่ามาตรการดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการช่วยเหลือผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ผลประโยชน์สูงสุดจะตกอยู่กับพี่น้องประชาชนโดยตรง ใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่
1. พยุงค่าโดยสารสาธารณะในชีวิตประจำวัน จากการที่รัฐบาลได้เข้าไปช่วยเหลือให้กับกลุ่มรถโดยสารสาธารณะในระบบกว่า 180,000 คัน ครอบคลุมทั้งรถตู้ รถมินิบัส รถสองแถว รถแท็กซี่ และรถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องและสามารถให้บริการประชาชนได้ตามปกติ โดยที่ประชาชนไม่ต้องแบกรับภาระค่าโดยสารที่อาจปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกราคาพลังงาน
2. พยุงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้พุ่งสูง โดยรัฐบาลได้อุดหนุนงบประมาณ 1,353 ล้านบาท ให้กับกลุ่มรถบรรทุกกว่า 280,000 คัน ซึ่งในห่วงโซ่ของระบบสินค้าอุปโภคบริโภคดังกล่าว ต้นทุนด้านค่าขนส่งถือเป็นหัวใจสำคัญของราคาสินค้า การที่รัฐบาลเข้าไปช่วยเหลือในส่วนนี้ จะช่วยบรรเทาผลกระทบในวงจรนี้ไม่ให้ผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกส่งภาระต้นทุนค่าขนส่งไปบวกเพิ่มในราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ช่วยรักษาระดับค่าครองชีพของประชาชนในภาพรวม
3. การันตีมีรถกลับบ้านช่วงสงกรานต์ โดยที่ตั๋วโดยสาร บขส. ไม่แพงขึ้น จากการที่กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ ขบ. ร่วมกับ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เพื่อดำเนินโครงการขอรับจัดสรรเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) อีกกว่า 200 ล้านบาท เข้าไปส่งเสริมให้ประชาชนหันมาเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางสาธารณะมากขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางทั้งก่อนและหลังในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 6 - 19 เมษายน 2569 เพื่อเป็นหลักประกันว่า ในช่วงเทศกาลนี้ ผู้ประกอบการจะมีกำลังในการนำรถออกมาให้บริการอย่างเพียงพอ ต่อเนื่อง ไม่เกิดปัญหารถขาดระยะ และประชาชนจะได้ซื้อตั๋วในราคาเดิม ไม่มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา
อธิบดี ขบ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งและผู้ขับรถที่เข้าข่ายได้รับการช่วยเหลือ ขบ. จะเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ระหว่างวันที่ 16 - 19 เมษายน 2569 โดยจะจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านระบบ PromptPay เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งในการเดินรถตลอดระยะเวลา 42 วัน (20 เมษายน - 31 พฤษภาคม 2569) โดย ขบ. จะออกประกาศ หลักเกณฑ์ รวมถึงเงื่อนไขให้ผู้มีสิทธิ์ได้รับการช่วยเหลือครั้งนี้ได้ตรวจสอบและลงทะเบียนต่อไป ทั้งนี้ มาตรการทั้งหมดเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ในการดูแลรักษาสมดุลทั้งระบบเศรษฐกิจ สภาพคล่องของผู้ประกอบการ และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ก้าวผ่านวิกฤตพลังงานครั้งนี้ไปด้วยกัน


