"นายกฯ อนุทิน" จัดทัพบริหารประเทศ แบ่งงาน 8 กลุ่ม ดึงมืออาชีพคุมเศรษฐกิจ
นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งแบ่งงานบริหารประเทศออกเป็น 8 กลุ่มภารกิจหลัก ดึงมืออาชีพร่วมทีมบูรณาการการทำงาน-ยกระดับประเทศไทย สู่ สมาชิกโออีซีดี
KEY
POINTS
นายกรัฐมนตรีลงนามแบ่งงาน 8 กลุ่มภารกิจ เพื่อบูรณาการการบริหารราชการแผ่นดินและเตรียมความพร้อมนำประเทศเข้าสู่สมาชิก OECD
ดึงทีมรองนายกรัฐมนตรีที่เป็นมืออาชีพ เข้าคุมกลไกสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจสมัยใหม่ การลงทุน S-Curve การต่างประเทศ และการปฏิรูปกฎหมาย
เน้นการปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติด โดยนายกรัฐมนตรีบัญชาการด้วยตนเอง พร้อมวางรากฐานนวัตกรรมและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน
11 เม.ย.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 83/2569 ลงวันที่ 8 เมษายน 2569 เพื่อจัดระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 8 กลุ่มภารกิจหลัก มุ่งเน้นการบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและเตรียมความพร้อมในการนำประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยนายกรัฐมนตรีลงมาควบคุมกลุ่มปราบปรามอาชญากรรมพิเศษด้วยตนเอง เพื่อกวาดล้างทุจริต ยาเสพติด และอาชญากรรมออนไลน์อย่างเด็ดขาด
ในการจัดทัพครั้งนี้มีการวางตัวรองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบงานสำคัญ อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ดูแลกลุ่มส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ดูแลด้านพาณิชย์ เกษตร และท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ขณะที่ด้านความมั่นคงและต่างประเทศมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นหัวหอกในการสะสาง MOU และสร้างสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่วนด้านกฎหมายมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ ปฏิรูปกฎหมายให้เป็นสากลเพื่อเอื้อต่อการลงทุนจากต่างชาติ
กลุ่มพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ถูกขับเคลื่อนโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่เน้นทักษะดิจิทัลและนวัตกรรม ด้านนายทรงศักดิ์ ทองศรี ดูแลสิ่งแวดล้อมมุ่งสู่ Net Zero และหนุนท้องถิ่นให้มีรายได้หลากหลายขึ้น โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รับผิดชอบระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ทั้งนี้คำสั่งระบุให้ทุกกลุ่มทำงานแบบบูรณาการ หากมีปัญหาในการปฏิบัติงานให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดสูงสุดเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตามเป้าหมายที่วางไว้
เจาะลึก 8 กลุ่มภารกิจและขุนพลผู้รับผิดชอบ
1.กลุ่มปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ : นายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ลงมาคุมบังเหียนด้วยตนเอง เน้นหนักการปราบปรามทุจริต ยาเสพติด การค้ามนุษย์ รวมถึงอาชญากรรมออนไลน์และสแกมเมอร์ โดยสั่งการหน่วยงานในบังคับบัญชาโดยตรง
2.กลุ่มพัฒนาระบบสาธารณูปโภค : นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบการจัดหาและบำรุงรักษาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้ครอบคลุมทั่วถึง
3.กลุ่มสิ่งแวดล้อมและการกระจายอำนาจ : นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ดูแลการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2593 พร้อมหนุนท้องถิ่นให้มีรายได้หลากหลายขึ้น
4.กลุ่มส่งเสริมการลงทุน (New S-Curve) : นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เน้นดึงดูด FDI ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ AI, เซมิคอนดักเตอร์, พลังงานสะอาด และยานยนต์สมัยใหม่
5.กลุ่มพาณิชย์ เกษตร และท่องเที่ยว : นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี มุ่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ส่งเสริม SMEs และยกระดับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
6.กลุ่มความมั่นคงและต่างประเทศ : นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี รับหน้าที่รักษาความมั่นคงและสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมสะสาง MOU ที่ไม่มีความคืบหน้า
7.กลุ่มพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และนวัตกรรม: นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เน้นสร้างทักษะดิจิทัล-การเงิน และใช้นวัตกรรมเป็นแกนหลักในการพัฒนาประเทศ
8.กลุ่มกฎหมายและรัฐบาลดิจิทัล: นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิรูปกฎหมายให้เป็นสากล เอื้อต่อการลงทุน และผลักดันไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD
ย้ำการทำงานแบบบูรณาการ : คำสั่งฉบับนี้ระบุชัดเจนว่า หากภารกิจใดเกี่ยวเนื่องกัน ให้หัวหน้ากลุ่มภารกิจประสานความร่วมมือกันอย่างเต็มกำลัง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดสูงสุดในกรณีที่มีปัญหาการปฏิบัติงาน


