ปชป.จี้รัฐแจงน้ำมันหายส่งผลของแพงยื่นญัตติด่วนถกสภา25มีนาคมนี้
กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงจี้รัฐบาลแจงเหตุน้ำมันขาดแคลนในต่างจังหวัดพร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มจับตาเช็กราคาสินค้าและยื่นญัตติด่วนเข้าสภาวันที่ 25 มีนาคม69
KEY
POINTS
- กรณ์ จาติกวณิช จี้รัฐบาลแจงเหตุน้ำมันในปั๊มต่างจังหวัดหายไปกว่า 50% ทั้งที่โรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิตเป็น 104% และลดการส่งออกลง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้และต่างจังหวัด
- พรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัวแพลตฟอร์ม "จับตา" บน LINE Official ให้ประชาชนรายงานราคาสินค้าผ่าน GPS เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และจัดทำนโยบายช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ประกอบการ SMEs แบบพุ่งเป้า
- ปชป. เตรียมยื่นญัตติด่วนต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 25 มีนาคม 2569 เพื่อเปิดอภิปรายหาทางออกวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ รวมถึงควบคุมราคาสินค้าจำเป็นและเฝ้าระวังผลกระทบจากค่าไฟฟ้าที่กำลังจะเพิ่มขึ้น
กรณ์กางข้อมูลพิสูจน์น้ำมันหายไปไหนจากระบบขายปลีก
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ถึงวิกฤตการณ์เข้าถึงน้ำมันของภาคประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดและภาคใต้ที่ยังคงเผชิญปัญหาอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลระบุว่าปัจจุบันโรงกลั่นน้ำมันได้เดินเครื่องผลิตเต็มสูบถึง 104% และมีการปรับลดสัดส่วนการส่งออกน้ำมันจากเดิม 200,000 ลิตรต่อวัน เหลือเพียงประมาณ 50,000 ลิตรต่อวัน เพื่อสำรองไว้ใช้ภายในประเทศตามนโยบายรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม นายกรณ์ตั้งข้อสังเกตสำคัญว่าเมื่อปัจจัยการผลิตเพิ่มขึ้นและยอดการส่งออกลดลง เหตุใดสถานีบริการน้ำมันเกือบทุกแห่งกลับรายงานว่าได้รับน้ำมันจากคลังน้อยกว่าปกติ และไม่เพียงพอต่อความต้องการจริงของประชาชนในพื้นที่
ผลกระทบที่เกิดขึ้นรุนแรงถึงขั้นบางพื้นที่ได้รับน้ำมันลดลงถึงครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดว่าประชาชนกักตุนน้ำมัน ทั้งที่มีการจำกัดปริมาณการเติมต่อครั้งอยู่แล้ว ซึ่งสะท้อนถึงความผิดปกติในการบริหารจัดการส่วนกลางอย่างชัดเจน
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ย้ำว่า รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงพลังงานต้องเร่งชี้แจงว่าน้ำมันหายไปไหน เนื่องจากปัญหานี้สามารถตรวจสอบเส้นทางได้ไม่ยาก แต่ปัจจุบันกลับยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้แก่สังคมที่กำลังได้รับความเดือดร้อน
วิกฤตพลังงานครั้งนี้ดูเหมือนจะวุ่นวายเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น นายกรณ์จึงมองว่าปัญหานี้เกิดจากการบริหารจัดการที่ล้มเหลวมากกว่าจะเป็นเพียงผลกระทบจากวิกฤตการณ์โลกตามที่รัฐบาลพยายามกล่าวอ้างมาโดยตลอดในช่วงเวลาที่ผ่านมา
เตือนสินค้าจ่อขึ้นราคาซ้ำเติมค่าครองชีพและค่าไฟฟ้า
นอกเหนือจากปัญหาน้ำมัน นายกรณ์ยังแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่จะพุ่งสูงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการ โดยเฉพาะปุ๋ยเคมี เม็ดพลาสติก และน้ำมันปาล์มดิบ
พรรคประชาธิปัตย์จึงเรียกร้องให้กรมการค้าภายในเข้ามาควบคุมราคาสินค้าให้สมเหตุสมผลกับต้นทุนที่แท้จริง และต้องมีนโยบายคุ้มครองประชาชนในกลุ่มสินค้าจำเป็นอย่างเร่งด่วน เช่น ยารักษาโรค และก๊าซหุงต้มหรือปิโตรเลียมเหลว
รัฐบาลไม่ควรเน้นเพียงการควบคุมสินค้ากลุ่มผงซักฟอกหรือกระดาษชำระเท่านั้น แต่ต้องมองภาพรวมของต้นทุนพลังงานที่จะส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยซ้ำเติมภาระค่าครองชีพของประชาชนให้หนักหน่วงยิ่งขึ้นกว่าเดิม
เปิดตัวแพลตฟอร์มจับตาสแกนของแพงช่วยกลุ่มเปราะบาง
ด้านนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำเสนอเครื่องมือดิจิทัลใหม่ในชื่อแพลตฟอร์ม "จับตา" ผ่าน LINE Official ของพรรค เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนร่วมรายงานข้อมูลราคาสินค้าในพื้นที่ของตนเองแบบเรียลไทม์
ระบบดังกล่าวจะใช้เทคโนโลยี GPS ระบุตำแหน่งและเปรียบเทียบราคาปัจจุบันกับราคาเดิมที่เคยซื้อ เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์สถานการณ์ และใช้ประกอบการออกนโยบายช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า (Targeted Policy) ไปยังกลุ่มเปราะบางและ SMEs
การเก็บข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้พรรคเห็นภาพรวมความเดือดร้อนที่แท้จริงทั่วประเทศ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและแม่นยำ โดยอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในการสะท้อนข้อเท็จจริงของค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นในแต่ละพื้นที่
ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้ดำเนินการยื่นญัตติด่วนต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอเปิดอภิปรายเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพในวันพุธที่ 25 มีนาคมนี้ เพื่อหาทางออกและมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมและเร่งด่วนที่สุด


