“เท้ง ณัฐพงษ์” ฝาก รัฐบาลฟื้นความชอบธรรม เลิกธุรกิจการเมือง
“เท้ง ณัฐพงษ์” ฝากรัฐบาลเร่งฟื้นความชอบธรรม กล้าตรวจสอบคนของตัวเอง เลิกธุรกิจการเมือง ฝากประชาชนขอให้มีความหวัง-ร่วมตรวจสอบติดตามการเมืองใกล้ชิด
19 มี.ค.2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ได้อภิปรายแสดงข้อห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมือง โดยย้ำว่าการเสนอชื่อตนเองในครั้งนี้ไม่ใช่การจัดตั้งรัฐบาลแข่ง เพราะยอมรับธรรมเนียมปฏิบัติที่พรรคอันดับหนึ่ง (พรรคภูมิใจไทย) ควรได้รับสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อน แต่ใช้เวทีนี้สะท้อนปัญหาสำคัญที่รัฐบาลชุดใหม่ต้องเผชิญ
แนะกู้ศรัทธาด้วยการ "ตรวจสอบคนกันเอง"
นายณัฐพงษ์ระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ "ความชอบธรรมของรัฐบาล" โดยยกตัวอย่างความผิดปกติในการเลือกตั้งที่ผ่านมา เช่น กรณีสุพรรณบุรี เขต 2 ที่มีการนับคะแนนผิดปกติอย่างมาก จึงฝากถึงว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้พิสูจน์ความจริงใจด้วยการตรวจสอบคนในพรรคอย่างเข้มงวด หากมีส่วนพัวพันต้องดำเนินการตรงไปตรงมาเพื่อกอบกู้ศรัทธาจากประชาชน
วิกฤตรอบด้านที่ต้องเร่งแก้ไข
นอกจากประเด็นการเมือง นายณัฐพงษ์ยังชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตประชาชน ได้แก่
1.ภัยความมั่นคง
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา
2.วิกฤตเศรษฐกิจ
สินค้าเถื่อนราคาถูกทะลักเข้าไทย และการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐที่เปิดทางให้นอมินีต่างชาติเข้ามากดราคาสินค้าเกษตร
3.ความเหลื่อมล้ำ
ปัญหาการศึกษาและการรักษาพยาบาลที่กลายเป็นเรื่องของคนมีเงิน
หยุดวงจร "ธุรกิจการเมือง"
พรรคประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่มีเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ กล้าชนกับปัญหาเชิงโครงสร้าง และต้องไม่มีลักษณะของ "ธุรกิจการเมือง" หรือผลประโยชน์ต่างตอบแทน โดยเฉพาะข้อกังวลเรื่องบุคคลสำคัญในรัฐบาลที่อาจพัวพันกับกลุ่มธุรกิจพลังงาน หรือธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่รับงานภาครัฐแต่ขาดคุณภาพ
"ท่านอาจคิดว่าการเมืองก็เป็นแบบนี้ ไม่เช่นนั้นก็เข้าสู่อำนาจไม่ได้ แต่พวกตนก็เป็นเช่นนี้ วันนี้ก็เลยยังเป็นพรรคฝ่ายค้านอยู่ แต่เชื่อว่าวิธีการทำงานของเราได้พาสังคมไทยไปข้างหน้า" นายณัฐพงษ์ กล่าว
ในตอนท้าย นายณัฐพงษ์ฝากถึงประชาชนว่าขอให้มีความหวังและร่วมกันติดตามตรวจสอบการเมืองอย่างใกล้ชิด เพราะหากประชาชนร่วมกันสอดส่องและตัดสินใจผ่านการเลือกตั้งอย่างดีที่สุด ประเทศจะเปลี่ยนได้ พร้อมยืนยันว่าพรรคประชาชนจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ต่อไปจนกว่าอำนาจสูงสุดจะเป็นของประชาชน


