โสภณปัดภูมิใจไทยฮั้วสว.หลังกกต.ตีตกคดีมองเรื่องบังเอิญได้เสียงข้างมาก
โสภณ ซารัมย์ สส.ภูมิใจไทย แจงปม กกต. ตีตกคดีฮั้ว สว. 229 คน ยันพรรคไม่เกี่ยวและเป็นเรื่องบังเอิญที่ได้เสียงข้างมาก พร้อมระบุทุกอย่างตรวจสอบได้ตามขั้นตอน
KEY
POINTS
- นายโสภณ ซารัมย์ ปฏิเสธข่าวพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้องกับการฮั้ว ส.ว. 229 คน โดยระบุว่ามติที่เป็นข่าวยังเป็นเพียงกระแสข่าวจากแหล่งข่าว
- ยืนยันว่าการที่พรรคภูมิใจไทยได้เสียงข้างมากในสภาเป็นเรื่องบังเอิญตามจังหวะการเมือง ไม่ใช่การวางแผน "กินรวบ" ตามข้อครหาของสังคม
- มั่นใจในกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐว่าต้องยึดตามกฎหมาย พร้อมชี้ว่าข้าราชการมีบทเรียนจากอดีตจึงต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างระมัดระวัง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสียงข้างมากขัดแย้งกับคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 โดยเห็นว่ากรณีผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้วสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 229 คนนั้นไม่มีมูลความผิด ซึ่งประเด็นนี้ทำให้สังคมเกิดข้อสงสัยว่า เมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้ามาร่วมรัฐบาลแล้ว คดีความต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจะถูกทำให้เงียบหายไปหรือไม่ นายโสภณระบุว่าเรื่องดังกล่าวในขณะนี้ยังเป็นเพียงกระแสข่าวที่อ้างอิงจากแหล่งข่าวภายในคณะอนุกรรมการฯ เท่านั้น ตนจึงยังไม่สามารถให้ความเห็นที่ชัดเจนได้ในขณะนี้ แต่ยืนยันว่ากระบวนการทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างตรงไปตรงมา
นายโสภณกล่าวต่อไปว่า ในปัจจุบันเป็นยุคแห่งการตรวจสอบ ซึ่งทุกหน่วยงานต้องสามารถตอบคำถามต่อสังคมและองค์กรตรวจสอบได้ ดังนั้นจึงไม่ควรมีความกังวลใจมากเกินไป พร้อมกันนี้ได้ยกตัวอย่างถึงบทเรียนในอดีตว่า หากข้าราชการไม่มีหลักประกันในการปฏิบัติหน้าที่ หรือกระทำการใดที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเอง ดังเช่นกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทุกคนย่อมตระหนักดีถึงผลกระทบที่ตามมา ดังนั้นตนจึงเชื่อมั่นว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องย่อมต้องใช้ความระมัดระวังและยึดถือความถูกต้องเป็นหลักในการวินิจฉัยเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลังและเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเป็นที่ยอมรับ
สำหรับข้อครหาเรื่อง "บุรีรัมย์กินรวบ" นายโสภณชี้แจงว่าในขณะนั้นทางพรรคไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะได้รับเสียงข้างมากในวุฒิสภาหรือไม่ เพราะ ส.ว. มีกระบวนการเลือกตามวิธีการของเขาเอง การที่พรรคภูมิใจไทยได้เสียงข้างมากและเสนอชื่อตนเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ถือเป็นเรื่องที่มาบรรจบกันโดยบังเอิญ ไม่ได้มีการวางแผนเพื่อกินรวบตามที่ถูกกล่าวหา ส่วนมุมมองที่ว่าคดีของพรรคฝ่ายค้านมักดำเนินการรวดเร็วแต่คดีของรัฐบาลกลับเงียบหายนั้น ตนมองว่ารัฐบาลย่อมถูกตรวจสอบเข้มข้นกว่าปกติอยู่แล้ว หากหน่วยงานที่ตัดสินไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก็ต้องรับผิดชอบต่อกระบวนการตรวจสอบที่มีอยู่ พร้อมย้ำว่าพรรคไม่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว ส.ว. และต้องการให้ประเทศขับเคลื่อนด้วยความรักไม่ใช่ความเกลียดชัง


