อนุทินเซ็นตั้งศบก.ดึงรัฐ-เอกชนรับมือวิกฤตการณ์สู้รบตะวันออกกลาง
นายกฯ อนุทินลงนามตั้ง ศบก. บูรณาการหน่วยงานความมั่นคง เศรษฐกิจ และเอกชน เพื่อติดตามสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางและเร่งบริหารจัดการผลกระทบทุกมิติ
KEY
POINTS
- นายกฯ อนุทิน ลงนามคำสั่งจัดตั้ง ศบก. เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 เพื่อเป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการวิกฤตการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
- โครงสร้างศูนย์เป็นการบูรณาการระดับชาติระหว่างหน่วยงานความมั่นคง รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนชั้นนำ เพื่อเตรียมมาตรการรับมือผลกระทบด้านเศรษฐกิจและพลังงาน
- ศบก. มีอำนาจสั่งการเชิงรุกและให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อบรรเทาความเสียหายและรักษาความเชื่อมั่นของประเทศภายใต้การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นายกฯ ลงนามตั้ง ศบก. รับมือวิกฤตสู้รบตะวันออกกลาง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 53/2569 เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569 เพื่อจัดตั้ง "ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง" หรือ ศบก. อย่างเป็นทางการ
การตัดสินใจครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาและผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถรับมือกับวิกฤตการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
โครงสร้างการบริหารงานของ ศบก. ถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน โดยมีนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาศูนย์ เพื่อวางนโยบายระดับมหภาคและกำกับดูแลภาพรวมของการดำเนินงานให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาล
ขณะที่ระดับปฏิบัติการได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์ และให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการศูนย์บริหารงาน
ผนึกกำลังรัฐเอกชนบูรณาการความมั่นคงและเศรษฐกิจไทย
คณะกรรมการชุดนี้ถือเป็นการบูรณาการหน่วยงานระดับชาติครั้งใหญ่ โดยรวมรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงสำคัญ อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงแรงงาน เพื่อดูแลความปลอดภัยและทรัพยากร
นอกจากนี้ ยังมีการดึงตัวแทนจากภาคเศรษฐกิจและการเงินเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้นำองค์กรเอกชนอย่างประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อประเมินผลกระทบเชิงพาณิชย์
ในส่วนของภาคธุรกิจและพลังงาน มีประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นกรรมการ โดยมีอธิบดีกรมสารนิเทศเป็นกรรมการและเลขานุการ
การรวมตัวของหน่วยงานระดับสูงเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการสร้างกลไกที่แข็งแกร่งเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ ทั้งในด้านความมั่นคงทางทหาร พลังงาน การค้า และสวัสดิภาพของแรงงานไทยในพื้นที่ขัดแย้ง
กางภารกิจหลัก ศบก. สั่งการเชิงรุกสร้างความเชื่อมั่น
บทบาทหน้าที่สำคัญของ ศบก. คือการอำนวยการและติดตามสถานการณ์การสู้รบอย่างใกล้ชิด พร้อมเสนอแนะแนวทางและมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทยในทุกมิติอย่างเร่งด่วนตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
ศบก. มีอำนาจสั่งการและบูรณาการการทำงานของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ ภายใต้กรอบกฎหมาย โดยสามารถเรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อมูล จัดส่งเอกสาร หรือแต่งตั้งคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพิ่มเติมได้
ภารกิจที่สำคัญอีกประการคือการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชน ช่วยลดความตื่นตระหนกและเสริมสร้างความเชื่อมั่นระหว่างรัฐบาลกับประชาชนในช่วงที่สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความผันผวน
ทั้งนี้ คำสั่งจัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป เพื่อเริ่มดำเนินการตามภารกิจปกป้องเสถียรภาพของประเทศในทันที


